หุบเหวหมื่นกาลีอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด มีแสงสว่างเพียงน้อยนิด
กองไฟลุกโชน พวกอันหลินนั่งล้อมวงกัน
“เจ้าแน่ใจนะว่าเนื้อนี่กินได้” สวีเสี่ยวหลานมองเนื้อเต่ายักษ์ด้วยสีหน้าลังเล
“วางใจเถอะ ตลอดหนึ่งปีกว่ามานี้ เต่าปีศาจหุบเหวที่ข้าเคยกินมีไม่ต่ำกว่าสิบตัวแล้ว ตอนนี้ก็ยังสุขกายสบายดีอยู่ไม่ใช่หรือ” จี่เยี่ยนหลิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“อื้ม…อร่อย! เนื้อเต่าสีแดงย่างแล้วกลิ่นจะหอมกรุ่นกว่า!” อันหลินเริ่มกินอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนใคร
เขาที่เคยลิ้มรสสัตว์ประหลาดทั่วเขตหมื่นเขา ย่อมกินเต่าปีศาจหุบเหวนี่ไม่ละเว้น ไม่มีความกดดันใดเลยสักนิด
“สหายเยี่ยนหลิง หุบเหวหมื่นกาลีเต็มไปด้วยภัยอันตรายซุกซ่อน เจ้าเอ้อระเหยอยู่ที่นี่ร่วมปีกว่าแล้ว เพื่ออะไรกันหรือ” สวีเสี่ยวหลานถามด้วยความสงสัย
นางไม่อาจจินตนาการได้จริงๆ ว่า การอยู่เพียงลำพังภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นเวลาหนึ่งปีกว่านั้น เป็นความรู้สึกอย่างไรกันแน่ อย่าว่าแต่วิกฤตรอบตัว มีอันตรายถึงชีวิตทุกเมื่อเลย เพียงแค่ความมืดมนอันไร้ที่สิ้นสุด และบรรยากาศที่เย็นเยือกอึดอัด นางก็รับไม่ได้แล้ว
อันหลินก็มองจี่เยี่ยนหลิงอย่างฉงนเช่นกัน แม้นางจะอยู่ในระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายแล้ว แต่การเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่ลำบากยากเข็ญมากเช่นกัน เพราะสาเหตุอะไรกันแน่ ถึงทำให้นางตัดสินใจเช่นนี้
จี่เยี่ยนหลิงฝืนยิ้ม หลุบตาต่ำลง พูดอ้อมแอ้