มว่า “ข้ามาตามคนคนหนึ่งที่นี่ หากไม่เจอ ข้าก็จะไม่กลับไปแล้ว”
สวีเสี่ยวหลานยังคงไม่เข้าใจ “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าคนที่เจ้าตามหาอยู่ที่นี่”
จี่เยี่ยนหลิงล้วงสร้อยบนลำคอออกมา บนสร้อยมีเพชรที่ส่องแสงสีน้ำเงินเม็ดหนึ่ง “ข้ากับเขาพลัดหลงกันที่นี่ ขอเพียงเพชรเม็ดนี้ยังส่องแสง หมายความว่าเขายังมีชีวิตอยู่”
“ทั้งสำนัก ตระกูล…ทุกหนแห่งที่จะตามหาได้ข้าก็หาจนทั่วแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอร่องรอยของเขา”
“แต่เมื่อกลับมาที่นี่อีกครั้ง ข้ากลับรู้สึกคุ้นเคย ข้ารู้ว่าเขาต้องอยู่ที่นี่แน่ๆ ถูกจองจำอยู่ที่ไหนสักแห่ง รอข้าไปช่วย!”
เมื่อเห็นความแน่วแน่บนใบหน้าของนาง พวกอันหลินก็เข้าใจแล้วว่า หากไม่เจอคนคนนั้น นางจะไม่ยอมไปจากที่นี่เด็ดขาด
อันหลินสอดมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วลูบหัวของเสี่ยวหง
“นายท่าน คนคนนั้นไม่ได้โป้ปด” เสี่ยวหงส่งกระแสจิตบอก
อันหลินพยักหน้า เสนอแนะว่า “อย่างไรก็เตร็ดเตร่ในหุบเหวหมื่นกาลีเหมือนกัน สู้เดินทางไปกับพวกเราดีกว่า เช่นนี้หากพบเจออันตราย ก็จะได้ร่วมมือช่วยกันจัดการ”
จี่เยี่ยนหลิงชะงัก จากนั้นก็พูดอย่างลังเลว่า “ได้จริงๆ หรือ จะไม่เพิ่มภาระให้พวกเจ้าใช่ไหม…”
นางชินกับการเดินเหินท่ามกลางความมืดมิดเพียงลำพังนานแล้ว จู่ๆ ก็มีคนมาชวนให้ร่วมเดินทาง นางกลับทำอะไรไม่ถูก เมื่อคนเพิ่มขึ้น บางทีอาจเป็นประโยชน์ต่อการตามหาคนของนาง แต่ในทางกลับกัน ก็กลัวว่าการเข้าร่วมของนางจะทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อน
“ไม่