ทั้งคู่เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย สวีเสี่ยวหลานเป็นองครักษ์ของอันหลินด้วยค่าจ้างหนึ่งแสนหินวิญญาณ
ตกดึก อันหลินกับต้าไป๋นอนค้างอ้างแรมที่หอโฉมงามแห่งสำนักวิหคชาด
‘ตะลึง! ชายลึกลับบุกเข้าสำนักวิหคชาดอย่างหาญกล้า ย่างม่อไห่ก่อน จากนั้นลักพาตัวเทพธิดาเสี่ยวหลานไปบินคู่ชูชื่น!’ ข่าวฮือฮาใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน ก็กระจายไปทั่วสำนักวิหคชาดตามที่คาด
ไม่ว่าอันหลินจะเดินออกจากหอ หรือยืนอยู่บนโถงทางเดิน ล้วนเป็นที่จับจ้องของเหล่าลูกศิษย์และข้าทาสบริวารมากมายในสำนัก
พวกเขาต่างก็อยากเห็นชายลึกลับคนนี้ให้ชัดแก่ตาว่า มีสามเศียรหกกร[1]อย่างไรกันแน่ ถึงได้ทำเรื่องที่สะเทือนปฐพีได้เช่นนี้…
อันหลินถอนหายใจเบาๆ ท่าทางชีวิตประจำวันของสำนักบำเพ็ญเซียนเหนือชั้นจะน่าเบื่อจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ซุบซิบนินทาเรื่องเล็กๆ แบบนี้จนถึงขั้นนี้หรอก
เขาเงยหน้าขึ้น ทอดมองอัคคีศักดิ์สิทธิ์วิหคชาดที่ส่องสว่างตลอดกาลกลางนภาอันไกลโพ้น จิตใจเหม่อลอยเล็กน้อย
อัคคีศักดิ์สิทธิ์วิหคชาดเปล่งประกายขาวงดงามท่ามกลางรัตติกาล บริสุทธิ์และสูงส่ง
เป็นดุจประภาคาร ชี้นำเหล่าศิษยานุศิษย์ในสำนัก ทำให้พวกเขารู้ว่า ที่นี่ต่างหากที่เป็นที่พักพิงของพวกเขา
ภายในหอคอยสีทองแห่งหนึ่งของสำนักวิหคชาด ชายวัยกลางคนที่มีผมสีแดงฉานนั่งอยู่บนเก้าอี้ กำลังกินแก้วมังกรอย่างเอร็ดอร่อย
แก้วมังกรลูกนี้เป็นผลไม้วิเศษขั้นสาม มีมังกรไฟตัวน้อยๆ หลายตัวชอนไชอยู่ใน