ี่ยนไป ทรุดตัวลงคุกเข่าแล้วยกมือขึ้นคารวะแทบจะในเวลาเดียวกัน “ยินดีต้อนรับใต้เท้า!”
ต้าไป๋พยักหน้านิ่งๆ แบกอันหลินเดินอาดๆ เข้าไปข้างใน
“สุดยอด! ต้าไป๋ เจ้ากลายเป็นใต้เท้าของสำนักวิหคชาดตั้งแต่เมื่อใด” อันหลินลูบหัวของต้าไป๋พลางถามด้วยความแปลกใจ
ต้าไป๋ยิ้มกริ่ม “ข้าเคยมาสำนักวิหคชาดกับท่านพ่อตอนเด็ก ผู้เฒ่าจูอะไรนั่นจึงให้ป้ายอาญาสิทธิ์เช่นนี้กับพวกข้า บอกว่าถือป้ายอาญาสิทธิ์ สามารถเข้าออกสำนักได้อย่างอิสระ ไม่คิดว่าจะได้ใช้”
อันหลินกระจ่างแก่ใจ สำนักสัตว์เทพเป็นสี่สำนักใหญ่ของแดนจิ่วโจวเช่นเดียวกับสำนักวิหคชาด ไปมาหาสู่กันก็เป็นเรื่องธรรมดา
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเดินเตร็ดเตร่ในสำนักวิหคชาด
“พี่อัน เจ้ารู้สึกไหมว่า ตลอดทางที่เดินมา พวกเราได้รับความสนใจสูงมากทีเดียว!” ต้าไป๋พูดอย่างอิ่มเอมใจ
“เจ้าว่าเป็นเพราะข้าหล่อเกินไป หรือเป็นเพราะเจ้าเท่เกินไป” อันหลินลูบคาง ทำท่าทางครุ่นคิด
“ข้าคิดว่าทั้งคู่” ต้าไป๋เชิดศีรษะอย่างผยอง เผยรอยยิ้มชั่วร้ายกับเหล่าลูกศิษย์สำนักวิหคชาดที่พากันชำเลืองมอง
ขณะนั้นเอง มีลูกศิษย์ผู้ชายอีกสองคนของสำนักเดินผ่าน
เมื่อพวกเขาเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายของต้าไป๋ มุมปากก็กระตุก รีบก้าวฉับๆ เดินเลี่ยงไป
จากนั้น ชายคนหนึ่งในนั้นก็กระซิบเสียงเบาว่า “ชายคนนั้นมาจากแห่งหนใด ถึงได้นั่งบนหลังของสุนัขประหลาดตัวนี้ ช่างน่าขันเหลือเกิน”
ชายอีกคนส่ายหน้ากลั้นขำเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าน