หลานเยียนกับสวีเสี่ยวหลานเยื้องย่างอยู่ในสำนัก
หญิงงามสองคนเดินเคียงคู่กันมา ย่อมทำให้ลูกศิษย์ไม่น้อยในสำนักแลมอง มิหนำซ้ำพวกนางยังเป็นถึงอัจฉริยะบุคคลในกลุ่มหนุ่มสาวแห่งสำนักวิหคชาดอีกด้วย กับแววตาเป็นประกายเหล่านี้ ทั้งคู่เคยชินนานแล้ว จึงไม่ได้สนใจเท่าใดนัก
“นั่นไง เมื่อครู่ข้าเจอพวกเขาที่นี่แหละ”
หลานเยียนชี้ไปยังลานเล็กเบื้องหน้า พูดอย่างเริงร่าว่า “ตอนนั้นพวกเขาทำท่าราวกับทัศนาจร ตลกนัก!”
สวีเสี่ยวหลานพยักหน้า “แล้วหลังจากนั้นล่ะ พวกเขาเดินไปทางไหนแล้ว”
หลานเยียนชะงัก จากนั้นก็พูดอย่างกระดากอายว่า “เอ่อ…ตอนนั้นข้าไม่ได้สังเกต เอาแต่หัวเราะท่าเดียว…”
“ท่าน…แล้วท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม!” สวีเสี่ยวหลานปวดหัวขึ้นมาทันควัน ไม่รู้ว่าศิษย์พี่คนนี้พานางมาทำพระแสงอะไรที่นี่
ในตอนนั้นเอง ชายคนหนึ่งก็ขี่กระบี่ผ่านไปอย่างรีบเร่ง
“ฮาย! ศิษย์พี่ม่อไห่ รีบขนาดนี้จะไปไหนหรือ” เมื่อหลานเยียนเห็นชายคนนั้น ก็ร้องตะโกนอย่างลิงโลด
ม่อไห่เป็นอันดับหนึ่งของรุ่นหนุ่มสาวแห่งสำนักวิหคชาด ไม่ว่าจะเป็นพลังแห่งสายเลือด หรือความสามารถโดยรวมที่แสดงให้เห็น ล้วนเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นเหนือรุ่นราวคราวเดียวกัน
แม้แต่ผู้มีพรสวรรค์เหนือชั้นอย่างสวีเสี่ยวหลาน ก็เทียบชั้นเขาไม่ได้เช่นกัน
ม่อไห่ได้ฟังก็หยุดอยู่กลางอากาศ นัยน์ตาสีแดงเจือความตื่นเต้น “ที่แท้ก็เป็นศิษย์น้องหลานเยียนกับศิษย์น้องสวีเสี่ยวหลานนี่เอง เกิดเรื่