บเอ็ดที่อยู่เบื้องล่าง
เสียงกึกก้องดังออกจากปากของจักรพรรดิ “ราชาซิงเย่ เจ้าถอดใจกับการสืบเรื่องของราชินีอ้านเย่ ขอลงโทษให้เจ้าไปให้พลังงานแก่ใจแห่งอนธการหนึ่งร้อยปี”
ชายรูปโฉมพิลึกคนหนึ่งก้มหัวคำนับ “ซิงเย่น้อมรับคำสั่ง!”
ทนทุกข์ร้อยปี แลกกับชีวิต ครานี้มันคุ้มค่าเสียเหลือเกิน!
“การตายของอ้านเย่จะจบเช่นนี้ไม่ได้ กระบี่พิชิตมารก็ต้องนำกลับมาให้จงได้ เรื่องนี้ใครจะรับต่อ”
สุระเสียงของจักรพรรดิปีกทมิฬดังขึ้นอีกครั้ง มันห่างไกล แต่กลับแทรกซึมเข้าไปในใจของทุกคน
เหล่าราชันต่างก็เงียบลงชั่วขณะ เห็นได้ชัดว่ากำลังพิจารณาส่วนได้ส่วนเสีย
เพราศัตรูทำให้ราชินีอ้านเย่ไม่สามารถใช้ได้แม้กระทั่งถาดเจ็ดดาว ก็กลายเป็นผู้ดำรงอยู่ที่สิ้นชีพวายชนม์อย่างสิ้นเชิง จะรอบคอบอย่างไรก็ไม่เกินเหตุเลย
ผ่านไปครู่หนึ่ง
สตรีผู้มีผมดำขลับดุจน้ำหมึกยาวจรดหัวเข่า งดงามจนจับต้องไม่ได้คนหนึ่งก้าวออกมา
นัยน์ตาของนางอบอุ่นสุกใสปานดวงจันทร์นวลกระจ่าง แต่สีหน้ากลับเรียบนิ่งดุจสายน้ำ ค้อมตัวเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เยว่เย่ยินดีรับภารกิจนี้”
จักรพรรดิปีกทมิฬพยักหน้าเล็กน้อยอย่างชื่นชม “ดีมาก หากเรื่องนี้สำเร็จ เจ้าจะไม่ได้แค่ผลวิเศษลูกเดียวเท่านั้น แต่ยังมีสิทธิ์เข้าหุบเหวสวรรค์ สัมผัสแสงแห่งมรรควิถีหนึ่งพันปีหนึ่งหน”
เมื่อราชาทั้งหลายได้ฟัง ต่างก็ตกตะลึง อดมองราชินีเยว่เย่ด้วยสายตาอิจฉาไม่ได้
ผลวิเศษหายาก แสงแห่งมรรควิถีนั้นยากย