ิ่งกว่า
สัมผัสแสงแห่งมรรควิถี จะมีโอกาสได้สัมผัสธรณีประตูของระดับรวมมรรคา พวกเขาจะไม่หวั่นไหวได้อย่างไร
แต่ทว่าโอกาสเช่นนี้ ทุกๆ พันปีจะมีเพียงหนเดียว
หุบเหวสวรรค์จะเปิด ไม่คิดว่าโอกาสนี้จะถูกราชินีเยว่เย่ชิงไป!
“ขอบพระทัยองค์จักรพรรดิที่ทรงเมตตา”
แม้จะได้รับรางวัลที่เย้ายวนใจเช่นนี้ ราชินีเยว่เย่ก็ทำได้เพียงโค้งคำนับขอบคุณอย่างสงบ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก
จักรพรรดิปีกทมิฬเห็นฉากนี้ก็ลอบพยักหน้า ในบรรดาราชาทั้งสิบสองคน ความสามารถของราชินีเยว่เย่อยู่ในสามอันดับแรก แข็งแกร่งกว่าราชินีอ้านเย่มาก มิหนำซ้ำนางยังใจเย็น วางแผนแล้วค่อยลงมือ ภารกิจที่ทำไม่เคยล้มเหลวเลยสักครั้ง
อีกนัยหนึ่งก็คือ อันที่จริงในสายตาจักรพรรดิปีกทมิฬ ราชินีเยว่เย่ก็คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในการจัดการเรื่องนี้
เป็นดังที่คาดไว้ นางก้าวออกมาแล้ว
แววตาของจักรพรรดิปีกทมิฬลุ่มลึก ประหนึ่งมองทะลุมิติไปยังทิศทางหนึ่ง พึมพำว่า “กระบี่พิชิตมาร…”
ณ แคว้นไป๋หัว
ภายในภัตตาคารแห่งหนึ่ง จู่ๆ อันหลินที่กำลังสวาปามกับพวกต้าไป๋และเจ้าอัปลักษณ์ก็จามขึ้นมา
“กำลังกินข้าวอยู่จามอะไร ทำลายความอยากอาหารนะ โฮ่ง!” ต้าไป๋ยกอุ้งมือขึ้นโต้แย้ง
อันหลินยิ้มอย่างรู้สึกผิด “อาจจะมีหญิงงามบางคนคิดถึงข้าก็ได้ แข็งแกร่งและหล่อเหลาเกินไป ข้าก็ช่วยไม่ได้”
ต้าไป๋กลอกตาเล็กน้อย ไม่สนใจเขาอีก ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ
พวกเขากำลังอยู่ระหว่างเดินทางสู่สำนักวิหค