ชาด
เพราะว่าปิดเทอม อันหลินจึงตั้งใจว่าจะแวะเที่ยวไปตลอดทาง จะได้สัมผัสขนบธรรมเนียมของแคว้นจิ่วโจวด้วย
อาจเป็นเพราะพบเห็นเซียนหญิงรูปโฉมงดงามเป็นปกติแล้ว ตลอดทางนี้เขาเห็นหญิงงามแค่ไม่กี่คน
แต่ทางด้านอาหารการกิน มันถูกปากอันหลินเป็นอย่างมาก
พวกเขาไปยังร้านอาหารแต่ละแห่ง สั่งอาหารที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็น ตลอดทางนี้ก็พออกพอใจมากเช่นกัน
หลังกินจนอิ่มหนำแล้ว อันหลินก็ไปดูหญิงงามที่หอวายุบุปผา
หอวายุบุปผาที่ว่านี้ไม่ใช่สถานที่อโคจรอย่างที่ทุกคนคิด ที่นั่นเป็นสถานที่บรรเลงขับขานบทเพลง ร่ายรำเริงระบำ นอกเหนือจากนี้ ไม่มีการค้าอย่างอื่น
ไม่แตกต่างจากการชมการแสดงทางศิลปะในแดนมนุษย์
พวกเริงระบำอะไรนั่น ที่จริงอันหลินไม่ได้สนใจมากนัก
แต่การขับขานบรรเลงเพลง ดึงดูดความสนใจเขาเป็นอย่างมาก
ท่วงทำนองของบทเพลงที่เป็นที่นิยมในแคว้นจิ่วโจวนั้นไพเราะอย่างยิ่ง แถมยังมีความสุนทรียภาพบางอย่าง
นักร้องร้องเพลงได้จับใจอย่างมาก ยืนอยู่ท่ามกลางบุปผาและดอกไม้ เสียงขับร้องกังวานดังไปรอบๆ ประหนึ่งม้วนภาพที่มีทั้งรูปและเสียง ทำให้อันหลินเพลิดเพลินใจเป็นล้นพ้น
ดวงจันทร์ลอยเด่นกลางนภา
ณ ท้องฟ้าบริเวณหนึ่งของแคว้นไป๋หัว มิติถูกมือเรียวยาวขาวปลอดคู่หนึ่งฉีกออก
หญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมาจากห้วงมิติ แสงจันทร์สาดกระทบตัวนาง แลดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง
นางคือราชินีเยว่เย่ที่รีบเดินทางจากปราสาทมาเพื่อทำภารกิจนั่นเอง
“สัมผัสได้ว่า กระบ