น นางก็ยอมให้ข้าไปกับเจ้า จิตใจของสุนัขตัวเมียคาดเดายากเสียจริง”
“แถมนางยังมอบกระดูกมังกรที่คอยอยู่เคียงข้างนางเสมอให้ข้าด้วย”
“บอกว่าหากคิดถึงนาง ก็เอาออกมาเลียได้…”
ขณะที่พูด ต้าไป๋ก็คาบกระดูกสีขาวไว้ในปาก ราวกับกำลังบอกอันหลินว่า
‘กระดูกชิ้นนี้นี่แหละ!’
อันหลินตกใจนิดหน่อย
เขาไม่ได้ตกใจที่นางยอมให้ต้าไป๋จากไป แต่ตกใจที่นางมอบกระดูกชิ้นนี้ให้เป็นของที่ระลึกยืนยันความสัมพันธ์!
จูบทางอ้อมเหรอ
อันหลินลอบพยักหน้า
อดพูดไม่ได้เลยว่า หมาน้อยสมัยนี้ ใช้มารยาได้คล่องแคล่วเหมือนกันนี่นา!
ต้าไป๋พูดเสียงระรื่นว่า “ลำดับต่อไปแค่ผ่านด่านของพ่อแม่ข้าก็เป็นอันเรียบร้อย”
อันหลินพรั่นใจเล็กน้อย “แล้วข้าต้องไปด้วยหรือไม่”
ต้าไป๋เอียงหัวครุ่นคิด จากนั้นพูดว่า “ไปด้วยน่าจะดีที่สุด พ่อแม่ข้าก็เคยพูดเหมือนกันว่าอยากเจอเจ้าสักครั้ง”
สิ้นประโยคนี้ อันหลินก็ยิ่งหวั่นวิตกไปกันใหญ่
ถูกพ่อแม่ของต้าไป๋พะวงถึงเป็นความรู้สึกแบบไหนกัน พวกมันจะกระโจนพรวดเข้ามาหรือเปล่า
“เจ้าอัปลักษณ์ เจ้ากลับร่างเดิมช่วยสร้างความฮึกเหิมให้ข้าที” อันหลินพูดอย่างจนปัญญา
เจ้าอัปลักษณ์กลายเป็นราชาวานรเนตรทองที่สวมชุดเกราะสีดำ มือถือกระบองสีเงิน รูปร่างแข็งแรงกำยำ!
เมื่อต้าไป๋เห็นท่าทางของเจ้าอัปลักษณ์ก็เบิกตากว้าง “ช่างอัปลักษณ์…ถุย! ช่างเป็นวานรที่องอาจผึ่งผายนัก!”
อันหลินเห็นปฏิกิริยาของต้าไป๋จึงพูดว่า “เขาชื่อเจ้าอัปลักษณ์ เป็นสหา