งตาก็เป็นประกายเล็กน้อย พยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม…เช่นนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว ในความอัปลักษณ์เจือความน่ารัก”
ไป๋เซียนหาวหวอดๆ หางขาวกระดิกไปมา “แม่มันไม่มีความเห็นอะไร เช่นนั้นข้าไม่มีเช่นกัน ต้าไป๋ หากออกไปแล้วอย่าเด็ดดอกไม้ไปทั่วละ แล้วก็อันหลิน หากต้าไป๋เป็นอะไรแม้แต่ปลายหาง ข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่ โฮ่ง!”
เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋เซียนกับชุน ต้าไป๋กับอันหลินต่างก็ออกอาการดีใจ รู้ว่าผ่านด่านของพ่อแม่แล้ว
อันหลินคิดไม่ถึงเลยว่า ด่านพ่อแม่จะผ่านได้ง่ายดายเช่นนี้ เพียงมองหน้าก็เป็นอันสิ้นเรื่อง
“ฮัดชิ้ว!” ต้าไป๋ตื่นเต้นจนจาม
ขนหางสีขาวเส้นหนึ่งร่วงหล่นจากตัวมันช้าๆ…
อันหลิน “…”
ต้าไป๋ “…”
ไป๋เซียนพรูลมหายใจ ขนสีขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาในพริบตา
จากนั้น เขาก็แสยะยิ้มชั่วร้าย “อันหลิน คราวนี้อยู่ในบ้าน ไม่นับ”
มุมปากของอันหลินกระตุกเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ
ทว่าสุดท้าย เขาก็คารวะด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็ออกจากเรือนพร้อมกับต้าไป๋
เมื่อพวกอันหลินจากไป ไป๋เซียนกับชุนก็นอนหมอบบนเบาะหญ้าเซียนอย่างเกียจคร้านเช่นเดิม
ชุนหรี่ตาเล็กน้อย “พ่อมัน อันหลินคนนี้ไม่มีปัญหาจริงหรือ”
ไป๋เซียนใช้อุ้งมือเกาท้อง พูดอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า “อย่างไรเสียข้าก็มองนักพรตมนุษย์คนนี้ไม่ออก ตัวเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ต้าไป๋ตามเขาอาจจะมีโชคชั้นใหญ่ก็ได้”
ชุนหลับตาลง “แต่ก็จะมีอันตรายไม่น้อยกระมัง”
ต้าไป๋ก็หลับตาลงเช่นกั