ุมพลังสัตว์จะบำเพ็ญเพียรอย่างไร”
เจ้าอัปลักษณ์ได้ยินก็ชะงัก “มนุษย์จะมีขุมพลังสัตว์ได้อย่างไร”
“นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำคัญที่หากว่ามีแล้วควรจะบำเพ็ญเพียรอย่างไร” อันหลินพูดอย่างจริงจัง
เจ้าอัปลักษณ์เกาหัว พูดด้วยความลังเลว่า “เช่นนั้นก็บำเพ็ญเพียรด้วยวิธีของสัตว์ภูตอย่างพวกข้าสิ แต่มนุษย์ที่มีขุมพลังสัตว์…คงจะไม่เรียกว่ามนุษย์หรอกกระมัง น่าจะเรียกว่าสัตว์ภูต!”
อันหลินได้ยินก็ปวดใจ สัตว์ภูตอันหลินงั้นเหรอ
เจ้าอัปลักษณ์พูดต่อว่า “วิธีการบำเพ็ญเพียรของสัตว์ภูตไม่เหมือนมนุษย์ การเพิ่มพลังยุทธ์จะอาศัยการสฤษฏ์ปราณ ฝึกกาย ฝึกจิต ทำได้สามวิธี”
“การสฤษฏ์ปราณก็คือ ซึมซับพลังปราณฟ้าดินทุกวัน ให้พลังปราณไหลเวียนในร่างกาย ชะล้างขุมพลังสัตว์ภายในจุดตันเถียนไม่หยุด”
“การฝึกกายก็คือ การฝึก การต่อสู้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้แร่ธรรมชาติ ยาวิเศษทำให้ร่างกายแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง”
“การฝึกจิตก็คือ การสัมผัสธรรมชาติ จิตวิญญาณของทุกสรรพสิ่ง ขุดค้นจิตของตัวเอง ศึกษาเขตแดนของตัวเอง แต่โดยปกติแล้วเป็นสิ่งที่จะทำได้เมื่อเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลาย”
อันหลินพยักหน้ารัวๆ ขณะที่ฟังเจ้าอัปลักษณ์พูด
ดูเหมือนว่าวิธีการบำเพ็ญเพียรของสัตว์ภูตจะง่ายกว่าของมนุษย์ไม่น้อยเลย
แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะปกติแล้วสัตว์ภูตมักจะใช้ชีวิตอยู่ในป่าลึก ไม่มีวิธีการบำเพ็ญเพียรที่เป็นระบบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จำต้องบำเพ็ญเพี