นเปี่ยมด้วยความเบิกบานใจ นับนิ้วพลางพูดว่า “อันดับแรกคือผลเซียน จากนั้นก็การสืบทอดสายเลือด สุดท้ายมีวัตถุล้ำค่าให้เลือก…นี่ยังไม่ถึงสิบวันด้วยซ้ำ พวกเราก็พบเจอเรื่องอัศจรรย์มากมายปานนี้แล้ว!”
“สิ่งมหัศจรรย์ในระยะนี้ เยอะกว่าที่ข้าพบเจอมาตลอดสิบกว่าปีเสียอีก” ซุนเซิ่งเหลียนยิ้มบางๆ ลมโชยผ่านผมงามสลวยของนาง แลดูงดงามเย้ายวน
ลั่วจื่อผิงยิ้มกว้าง “พูดได้แค่ว่าสมกับเป็นพี่อัน สมญานามอันดับหนึ่งแห่งรั้วสำนักนั้นคู่ควรแล้ว!”
เหล่าสมาชิกยกย่องเชิดชูอันหลินจนแทบจะลอยขึ้นฟ้าแล้ว ต่อให้เขาหน้าด้าน ก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
ขณะนั้นเอง เจ้าอัปลักษณ์เดินมา ยกมือขึ้นกอดไหล่เขา “พี่อัน ตอนนี้ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมเจ้าถึงพูดว่าออกผจญภัย เมื่อคว้าโอกาสได้แล้ว การเพิ่มความสามารถจะรวดเร็วอย่างยิ่ง”
“รับการสืบทอดจากเทพแห่งความมืด ตอนนี้ข้ามีเค้าลางว่าจะทลายขั้นแล้ว ขอบใจมาก!”
อันหลินได้ฟังก็ปลาบปลื้มยิ่งนัก “เจ้าจะเกรงใจข้าทำไม พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ! ยินดีด้วย ถึงตอนนั้นเมื่อบรรลุสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลาย กลุ่มของพวกเราก็จะผ่อนคลายกว่าเดิม”
บัดนี้เจ้าอัปลักษณ์สวมชุดเกราะผลึกนิลแล้ว แลดูองอาจอหังการขึ้นมากโข
เมื่อได้ยินคำพูดของอันหลิน เขาก็ซาบซึ้งใจจนเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ดวงตาดุจโคมไฟมีน้ำตาคลอหน่วย
จู่ๆ อันหลินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เอ่ยปากถามว่า “จริงสิ เจ้าอัปลักษณ์ เจ้าว่าหากมนุษย์มีข