แล้ว นางก็พูดว่า “เอาอาวุธวิญญาณขั้นกลางสามชิ้น อาวุธวิญญาณขั้นต้นเจ็ดชิ้นจากคลังสมบัติของเจียงอันหลานไปได้เลย”
เจียงอันหลานได้ยินประโยคนี้ก็สะดุ้งโหยง “ใต้เท้าเทียนอวี่ อาวุธวิญญาณขั้นกลางไม่เหลือแล้ว…”
หลินจวิ้นจวิ้นอึ้งไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ได้สติ “ข้าจำได้ว่าในคลังของเจ้ามีอาวุธวิญญาณขั้นสูงอยู่ชิ้นหนึ่ง เทียบเท่าอาวุธวิญญาณขั้นกลางได้สามชิ้น เอาให้เขาไป”
เจียงอันหลานได้ฟังก็ปวดหนึบไปทั้งใจ แต่ก็รับปากอยู่ดี
เหล่าสมาชิกต่างก็มองอันหลินด้วยสายตาที่อิจฉา
แต่อันหลินกลับมีท่าทางเหมือนกำลังสงบจิต ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด มันทำให้สมาชิกทุกคนนับถือ
ดูสิ นี่แหละคือรัศมี!
ได้อาวุธวิญญาณสิบกว่าชิ้นกลับทำตัวปกติเหมือนกินข้าวดื่มน้ำ นี่แหละเทพอันของพวกเขา!
“ในเมื่อเก็บข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้ไปรับรางวัลจากคลังสมบัติของเจียงอันหลานได้เลย” หลินจวิ้นจวิ้นลุกขึ้นยืน พูดและส่งยิ้มให้ทุกคน
“ช้าก่อน ข้ายังมีข้อมูลอีก เจ้าใจร้อนทำไม” อันหลินโบกมือ กลอกตาใส่หลินจวิ้นจวิ้น
หลินจวิ้นจวิ้นตัวเซ ดวงตาคู่งามเบิกกว้าง “เจ้า…เจ้ายังมีอีกหรือ”
อันหลินพยักหน้าจริงจัง จากนั้นก็เขียนอักขระที่แตกต่างกันนับสิบกว่าแถวลงบนโต๊ะ
หลินจวิ้นจวิ้น “…”
เจียงอันหลานจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว “ใต้เท้าเทียนอวี่ ในคลังสมบัติไม่มีอาวุธวิญญาณหลงเหลือแล้ว…”
หลินจวิ้นจวิ้น “เอายาวิเศษออกมา!”
อันหลินยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเขียนทฤษฎีกา