านี้ ซุนเซิ่งเหลียนกับเสี่ยวหงได้รับการสืบทอดตั้งสองครั้ง” อันหลินเบะปาก
หากไม่ใช่เพราะชายคนนี้เป็นคนที่พาพวกเขาเข้าไปในโบราณสถาน เขาก็คร้านจะคุยกับชายคนนี้
“คุณพระ! นี่ข้าฝันไปหรือ เจียงอันหลานคนนี้ได้เห็นเหตุการณ์ที่สมาชิกได้รับการสืบทอดทุกคนกับตางั้นหรือ!” เจียงอันหลานทั้งตะโกนและหัวเราะอย่างตื่นเต้นดีใจ
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คิดในใจว่าชายคนนี้เป็นอะไรกัน ระริกระรี้เหลือเกิน
“พวกเจ้าผ่านการทดสอบที่มีอัตราการรอดเป็นศูนย์ใช่ไหม” จู่ๆ แววตาของเจียงอันหลานก็เป็นประกายยิ่งกว่าเจ้าอัปลักษณ์เสียอีก
ทุกคนพยักหน้า
“ระหว่างที่รับการสืบทอด สมองของพวกเจ้ามีข้อมูลเพิ่มมาใช่หรือไม่” เจียงอันหลานหายใจถี่กระชั้น
ทุกคนสบตากันครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้า
“ฮ่าๆ ๆ ยอดไปเลย ฮ่าๆ ๆ!” เจียงอันหลานทั้งโห่ร้องและหัวเราะ แถมยังกระโดดโลดเต้น
มุมปากของอันหลินกระตุก “เขาบ้าไปแล้วหรือ”
สมาชิกทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ท่าทางแบบนี้ ต่อให้ไม่บ้าก็ใกล้เคียงแล้ว
เมื่อกระโดดโลดเต้นอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเจียงอันหลานก็รู้สึกตัวว่าตัวเองลืมตัวจนเสียกิริยาไป
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ แต่น้ำเสียงยังคงร้อนรน “พวกเจ้าไปพบใต้เท้าเทียนอวี่กับข้า บอกข้อมูลที่อยู่ในสมองแก่นาง นางจะตบรางวัลให้อย่างงาม!”
ใต้เท้าเทียนอวี่?
จงหย่งเหยียนทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เบิกตากว้าง พูดอย่างตกใจว่า “ใต้เท้าเทียนอวี่ที่เจ้าว่า คือธิดาแห่งจ