ขยับไปมา เดินกลับมาเงียบๆ
ด่านนี้ไม่ต้องเล่นแล้ว มันยืนตากลมอยู่อีกมุมดีกว่า
“ข้าคิดว่าพังประตูข้างหลัง อาจจะง่ายกว่าข้ามสะพานนั่นเสียอีก” ซุนเซิ่งเหลียนพูดอย่างเชื่องช้า
เมื่อทุกคนได้ยินตาก็ลุกวาว จากนั้นก็รุดไปพังประตู…
สามนาทีต่อมา
ทุกคนนอนแผ่หลาหายใจหอบบนพื้น น้ำตาคลอหน่วย
บัดซบ ประตูแข็งเกินไปแล้ว!
ทั้งน้ำแข็ง ดิน น้ำ ลม ไฟ ฟันด้วยกระบี่ ต่อยด้วยหมัด เตะด้วยเท้า ทำทุกวิถีทางแล้ว ประตูที่ไม่รู้ว่าทำจากวัสดุอะไร ไม่มีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่นิด
“อ๊าก…ต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่หรือ”
ดวงตาของเหมียวเถียนแดงก่ำ ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักเศร้าหมอง กัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้น้ำตาไหล
“ทุกคนช่วยกันคิดหน่อยว่ามีวิธีอะไรอีกไหม” อันหลินพยายามฮึดสู้ พูดเรียกขวัญและกำลังใจ
ทว่าแม้จะพูดแบบนี้ แต่ทุกคนก็คิดอะไรไม่ออก ทำได้แค่เพียงเงียบงัน
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ จงหย่งเหยียนก็โบกพัดแล้วพูดว่า
“ลูกบอลโจมตีรวดเร็ว อานุภาพรุนแรง แต่ระยะห่างของการโจมตี บางทีอาจจะมีช่องโหว่ก็ได้…”
เมื่อทุกคนได้ฟังตาก็เป็นประกาย
นั่นสิ การโจมตีที่แข็งแกร่งปานนี้ น่าจะต้องสั่งสมพลังสิ!
พูดแล้วทำทันที อันหลินโยนก้อนหินใส่สะพานไม้ ถูกลูกบอลสีขาวโจมตีในพริบตา
จากนั้นเขาก็โยนหินวิญญาณไปทางสะพานไม้อีกครั้ง ปรากฏว่าลำแสงสีขาวก็โผล่มาในเสี้ยววินาทีเช่นเดิม
อันหลินทนไม่ไหวแล้ว โยนหินวิญญาณออกไปนับร้อยก้อน
ชิ้ง!
ลำแสงร่วมร้อยเส้นพุ่งออกมาพร้อ