ผนังและพื้นของทางเดินล้วนทำมาจากวัสดุโลหะที่ดำสนิทชนิดหนึ่ง
อันหลินไม่เคยเห็นวัสดุชนิดนี้ แต่ดำปานนั้น น่าจะทนทานเป็นอย่างมาก
“อืม ถึงทางแยกแล้ว เจ้าอัปลักษณ์ ส่องทั้งสองฝั่งให้หน่อย”
อันหลินมองเส้นทางมืดสนิทที่แยกเป็นสองทางพร้อมกับพูดขึ้นมา
เจ้าอัปลักษณ์ได้ยินก็หันมองทั้งสองฝั่ง ภายใต้แสงสว่างจากดวงตาไฟฉาย พวกเขาพบว่ามีประตูสีแดงคล้ำบานใหญ่ตั้งขวางทางทั้งสองฝั่ง
“หรือจะแยกกันดี” ลั่วจื่อผิวพูด
“เจ้าโง่หรือ! หลักการคนเยอะกำลังมากไม่รู้จักหรือ มีนักพรตตั้งเท่าใดที่ถูกโจมตีทีละคนเพราะเชื่อหลักการแยกย้ายกันน่ะ” เหมียวเถียนกลอกตาใส่ลั่วจื่อผิงพลางพูดเหน็บแนม
ลั่วจื่อผิง “…”
“งั้นพวกเราไปทางนี้ด้วยกันเถอะ” อันหลินชี้ไปทางขวามือ
ทุกคนไม่ค้าน อย่างไรเสียก็ต้องเลือกหนึ่งในสอง มีประตูขวางทั้งสองฝั่ง ไม่เห็นความแตกต่างเลย
เมื่อมาถึงหน้าประตู มันก็เปิดเองอัตโนมัติ…
ยังคงเป็นม่านแสงสีฟ้าเช่นเดิม มองไม่เห็นทิวทัศน์ด้านใน
อันหลินกำก้อนอิฐกับกระบี่แน่น ก้าวผ่านม่านแสงอย่างเชื่องช้า
อดพูดไม่ได้ว่า การที่มองไม่เห็นว่าข้างในมีสภาพอย่างไร ความรู้สึกไม่รู้เช่นนั้น มันชวนให้รู้สึกหวั่นวิตกจริงๆ
ทัศนวิสัยเปลี่ยนไป กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นฉุนประหลาด
“แหวะ…”
“นี่มันกลิ่นอะไรน่ะ น่าสะอิดสะเอียนนัก!”
อันหลินทนไม่ไหวแล้ว สมาชิกด้านหลังก็ทยอยเข้ามา ต่างก็คลื่นไส้เป็นระยะๆ เช่นกัน
ที่นี่มีไฟสี