เหมียวเถียนกับจงหย่งเหยียนไปที่ตำแหน่งธาตุไม้
อันหลินเดินไปยืนตรงหน้าตำแหน่งธาตุน้ำ บริเวณนี้มีความยาวแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ครึ่งแรกมีคลื่นซัดสาด ครึ่งหลังเป็นน้ำแข็งย้อยทะมึนทึบ
ดูแล้วไม่ยากเท่าใดนัก แต่เขาก็ไม่กล้าประมาทอยู่ดี เยื้องย่างไปข้างหน้าทีละก้าว
ครืน!
คลื่นคลั่งนับพันชั่งก็ถาโถมเข้ามาซัดใส่ร่างกายของเขา ทำให้เขาสั่นสะท้าน ถอยหลังอย่างต่อเนื่อง
ช่างเป็นพลังที่น่ากลัวเสียจริง… แม้ว่าอันหลินจะต้านทานได้ แต่เขากลับเป็นห่วงสมาชิกคนอื่นที่อยู่ในระดับกายแห่งมรรคเหล่านั้นมากกว่า
แม้เจ้าอัปลักษณ์ที่เผชิญหน้ากับเปลวไฟจะร้อนรุ่มแทบทนไม่ไหว แต่ก็ไม่มีอันตรายถึงตาย มันเร่งฝีเท้าแล้วตรงไปที่จุดหมาย
สิ่งที่ซุนเซิ่งเหลียนต้องประจันหน้าคือดงกระบี่ แสงกระบี่คมกริบวาดวงโคจรที่อันตรายถึงชีวิต พุ่งมาทางนาง กระบี่ที่ปักอยู่บนพื้นทั้งหลายลอยห้อมล้อมตัวนางราวกับเป็นมีดบิน
แม้นางจะเชี่ยวชาญเพลงกระบี่ ท่าร่างแก่กล้า แต่การเดินหน้าก็ยังยากลำบากไม่น้อยอยู่ดี
ลั่วจื่อผิงรู้วิชาหลอมกาย เนื้อตัวแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เมื่อเจอกับก้อนหินเหาะเหินในอากาศ เขาก็ไม่หลบไม่หลีก พุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ประหนึ่งรถถังฉบับร่างมนุษย์
เมื่อเทียบกับความยากลำบากของซุนเซิ่งเหลียนและลั่วจื่อผิงแล้ว คู่หูอย่างเหมียวเถียนและจงหย่งเหยียนกลับดูผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
จงหย่งเหยียนใช้วิชาเหาะเหินเดินอากาศเข้าสนับสนุน วิชาเหาะเ