เป็นรูปแบบนี้
เหมียวเถียนกลับอุทานขึ้นมาทันใด “เจ้าหมายความว่าเคยเป็นห้องวิจัยดาวม่วงของเผ่าพันธุ์ดาวม่วงงั้นหรือ”
ซุนเซิ่งเหลียนพยักหน้าอย่างจริงจัง เมื่อเทียบกับปฏิกิริยาเคร่งขรึมของเหมียวเถียนและซุนเซิ่งเหลียนแล้ว ที่เหลือต่างก็งุนงง
เห็นได้ชัดกำลังคิดว่า ก็แค่โบราณสถานที่มีอารยธรรมทางเทคโนโลยีค่อนข้างล้ำสมัยไม่ใช่หรือไง ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น
“ข้าจะอธิบายให้พวกเจ้าฟังเอง” เมื่อซุนเซิ่งเหลียนเห็นสีหน้าของทุกคน จึงพูดว่า “ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแผ่นดินบรรพกาล มีสถานที่รกร้างอันกว้างใหญ่ไพศาลอยู่แห่งหนึ่ง พวกเจ้ารู้ใช่ไหม”
พวกอันหลินพยักหน้า มันเคยเป็นอาณาจักรของอารยธรรมดาวม่วง
“ข้ามาจากแคว้นจื่อซิงของแดนจิ่วโจว มันเป็นแคว้นที่อยู่ติดกับอาณาจักรร้างแห่งนี้ เดิมทีแคว้นจื่อซิงไม่ได้ใช้ชื่อนี้ แต่เรียกว่าแคว้นเสวี่ยหลาน สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อเป็นแคว้นจื่อซิง คนส่วนใหญ่ล้วนคิดว่าเป็นการระลึกถึงอารยธรรมที่ล่มสลาย แท้จริงแล้วไม่ใช่”
ขณะที่ฟังซุนเซิ่งเหลียนพูด พวกอันหลินต่างก็ตั้งสติ รู้แล้วว่าประเด็นสำคัญต่อไปคืออะไร
“ทำไมถึงเปลี่ยนชื่อเป็นแคว้นจื่อซิง เป็นเพราะมันสืบทอดอารยธรรมจากดาวม่วง ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือ… ได้รับการสืบทอดจากสถาบันวิจัยหมายเลขเก้าและหมายเลขยี่สิบหกของดาวม่วงต่างหาก”
“สถาบันวิจัยที่ตั้งชื่อตามลำดับในดาวม่วง มีเพียงแค่หนึ่งร้อยแห่ง สถาบันวิจัยที่เหลือ ล้วนอยู่ในอาณาจั