วามอันตราย ข้อนี้พวกเขาเตรียมใจพร้อมนานแล้ว
ครืน… ประตูเปิดออกแล้ว ม่านแสงสีฟ้ายังคงปกคลุมประตูบานนี้
“โบราณสถานมีค่ายกลต้องห้าม ข้าอยู่ในระดับแปลงจิต จึงเข้าไปไม่ได้ ทุกอย่างข้างในนั้นอยู่ที่พวกเจ้าแล้ว” ชายวัยกลางคนพูด
พวกอันหลินก้าวเข้าไปในประตูด้วยหัวใจที่หวั่นวิตก
ไม่รู้เพราะเหตุใด ยามอันหลินก้าวผ่านม่านแสงสีฟ้า ก็รู้สึกเหมือนร่างกายถูกตรวจสอบ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ
ประตูเริ่มปิดลง ชายเผ่าพันธุ์มังกรปิดเส้นทางทะเลสาบ ยืนครุ่นคิดอยู่ข้างๆ
“นานแค่ไหนแล้ว… ไม่คิดว่ายังมีนักพรตที่ไม่กลัวตายอยู่…”
“ช่างเถอะ รายงานเรื่องนี้แก่ใต้เท้าเทียนอวี่ก่อนดีกว่า”
…
บนยอดเขาเมฆา หลินจวิ้นจวิ้นกางกระดาษใหม่อีกครั้ง
คราวนี้นางต้องเริ่มวาดภาพใหม่อีกครา
ภาพนกกระเรียนมงกุฎแดงน่าขันนั่น นางไม่ได้ฉีกทิ้ง แต่เก็บมันไว้เป็นบทเรียน ขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้ตัวเองลืมเจ้างั่งคนนั้น
ใบหน้าอ่อนโยนของหลินจวิ้นจวิ้นเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ใจนิ่งสงบดุจวารี เข้าสู่สมาธิช้าๆ กำลังจะจรดพู่กัน
ขณะนั้นเอง ยันต์ส่งจิตก็สั่นระริกขึ้นมา
หลินจวิ้นจวิ้นขมวดคิ้ว ตวัดข้อมือ หยิบยันต์ส่งจิตขึ้นมา “มีเรื่องอันใด”
“ใต้เท้าเทียนอวี่ โบราณสถานวิจัยหมายเลขแปดสิบแปด มีนักพรตเข้าไปผจญภัย” เสียงอันนอบน้อมของผู้ชายดังมาจากยันต์ส่งจิต
“เอ๊ะ เป็นกองกำลังประเภทไหน”
เมื่อได้ยินข่าวนี้ แม้แต่นางที่นิ่งสงบในยาม