นี่เป็นกำแพงป้องกันของค่ายกลหรือ
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินจวิ้นจวิ้นที่อยู่ข้างบน อันหลินก็ลูบหัวตัวเองอย่างปวดใจ ยิ้มอย่างสอพลอแล้วพูดว่า “แหะๆ เมื่อครู่ข้าพูดว่า ขอโทษที่รบกวนเจ้า ไว้พบกันใหม่”
“อ้อ ข้างหลังยังมีอีกประโยคไม่ใช่หรือ” หลินจวิ้นจวิ้นพูดแกมแสยะยิ้มมุมปาก
“มีประโยคหลังด้วยหรือ”
ดวงตาของอันหลินกลายเป็นสีขาว แสร้งทำเป็นกวาดตามองรอบตัวอย่างสับสน จากนั้นปลายนิ้วก็ปล่อยพลังออกมาโจมตีตำแหน่งหนึ่งกลางอากาศ
โครม!
ค่ายกลถูกทะลวงจนเกิดเป็นรูโหว่
ร่างของเขาตกลงไปอีกครั้ง เขาพูดอย่างลำพองใจว่า “ประโยคหลังคือ นกกระเรียนมงกุฎแดงที่เจ้าวาดตลกมากจริงๆ ฮ่าๆ ๆ…”
หลินจวิ้นจวิ้นถลึงตา หน้าอกกระเพื่อมอย่างแรง โมโหแทบทนไม่ไหวแล้ว
สงบสติอารมณ์… สงบสติอารมณ์…
ทว่าสุดท้าย นางก็รู้สึกปวดใจอย่างรุนแรง กัดฟันพูดว่า
“อันหลิน…ข้าจะจำเจ้าไว้!”
อันหลินได้ดิ่งหน้าผาอย่างอิสระอีกครั้ง ความรู้สึกไร้แรงโน้มถ่วงถาโถมมา ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในท่าใด ปล่อยให้ร่างกายของตัวเองร่วงหล่นอย่างรวดเร็ว
ลมพัดกระโชก ทิวทัศน์รอบตัวกำลังเปลี่ยนไปฉับไว
ไม่นาน
เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของภูเขา ได้สัมผัสพลังของลม
พลังบางอย่างกำลังชูร่างกายไว้ ทำให้ความเร็วของเขาค่อยๆ สม่ำเสมอ
แม้จะดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว แต่ยังดีที่ความเร็วไม่เพิ่มขึ้น
ลงสู่พื้นด้วยความเร็วระดับนี้ อันหลินมั่นใจว่าตัวเองจะเอาชีวิตรอดได้
แต่