เจ้ามาช้าไปแล้ว”
“ไม่เป็นไร เอาของพวกนี้ไปเคี่ยวซุปได้ น่าจะอร่อยเหมือนกัน” เหมียวเถียนชี้กระดูกวัวกองหนึ่งบนพื้น พูดพลางยิ้มกริ่ม
มุมปากของอันหลินกระตุก ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก “วัวสายรุ้งของข้า ทำไมพวกเจ้าถึงทำแบบนี้…”
เหลือแค่กองกระดูกวัว แถมกลิ่นหอมของวัวสายรุ้งยังตลบอบอวลทั่วบริเวณ มันเป็นความทรมานประหนึ่งตกนรกสำหรับเขา!
ดังเช่นเวลาที่คุณหิวโหย คนอื่นถือซี่โครงน้ำแดง ปีกไก่อบเกลือกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยต่อหน้าคุณ แต่คุณกลับทำได้แค่มองเท่านั้น
สิ้นหวังเหลือเกิน…
ลั่วจื่อผิงเห็นท่าทางเช่นนี้ของหัวหน้ากลุ่ม จึงพูดปลอบใจทันทีว่า “พี่อัน อย่างไรเสียเจ้าก็ได้สัมผัสความสุขจากการกระโดดหน้าผาแล้ว มีได้ย่อมมีเสียสิ”
ลั่วจื่อผิงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ยังไม่เท่าใด
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ อันหลินก็อยากจะฟาดหลินจวิ้นจวิ้นสักที ความน่ากลัวของการกระโดดหน้าผาสูงหมื่นจั้ง รวมถึงความสิ้นหวังของการตั้งใจบำเพ็ญเพียร ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน…
คราวนี้เขาไม่ใช่แค่หมดอาลัยตายอยากเท่านั้น แม้แต่ดวงตาก็แดงก่ำแล้ว!
เจ้าอัปลักษณ์เห็นท่าอันหลินจะเศร้ายิ่งกว่าเดิม ขณะที่กำลังจะปลอบใจ จู่ๆ ก็เกิดคลื่นลูกใหญ่ในทะเลสาบข้างๆ
ร่างมหึมากระโดดออกจากผิวน้ำ พร้อมกับละอองน้ำจำนวนมหาศาล
กลิ่นอายอันแก่กล้าแผ่กระจายดุจริ้วคลื่น ทำให้พวกอันหลินรู้สึกกดดัน
“ใครเรียกข้ามา”
เสียงของมันก้องกังวานดุจสายฟ้าคำราม
…………………..