ฉิงที่กำลังทำหน้าถมึงทึงอยู่
“สหายอันหลิน กลางวันแสกๆ เจ้าทำเรื่องเสียสติเช่นนี้ได้อย่างไร!”
เซวียนหยวนเฉิงมองเขาด้วยสีหน้าราวกับจะบ่งบอกว่าเห็นธาตุแท้ของเขาแล้ว พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
ดวงตาของอันหลินแดงก่ำ “พี่เฉิง เข้าใจผิดแล้ว!”
อันหลินชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูด จนอธิบายมูลเหตุของเรื่องให้เซวียนหยวนเฉิงและซุนเซิ่งเหลียนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วในที่สุด
แม้กับซุนเซิ่งเหลียน อธิบายไปจะไม่มีประโยชน์เลยก็ตาม
เพราะเห็นก็เห็นแล้ว นางไม่ตบอันหลินอีกสักทีนับว่าเป็นพระคุณแล้ว
หลังจัดการอุบัติเหตุเหล่านี้เสร็จแล้ว อันหลินก็กลับมาที่ห้องอีกครั้ง
เขาใช้กระแสจิตมองจุดตันเถียนอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ พบว่าเม็ดกลมๆ เม็ดนั้นยังคงลอยอยู่ที่เดิม ส่องแสงสว่างไสวอยู่อย่างนั้น
เขาปล่อยวิชาเปลวอัคคี ระหว่างที่พลังปราณหลั่งไหล ได้รับการขัดเกลาและเพิ่มระดับจากเม็ดกลมนั่นแล้ว เปลวไฟกลางฝ่ามือร้อนระอุและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม
อันหลินมองเปลวไฟในมืออย่างเงียบงัน
คุณสมบัติของเม็ดกลมเม็ดนี้คล้ายคลึงกับรากปราณ
มิหนำซ้ำเมื่อปล่อยพลังเซียน เม็ดกลมจะหมุนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปล่อยลำแสงเจิดจ้า
เมื่อเชื่อมโยงลักษณะพิเศษทั้งหลายเข้าด้วยกันแล้ว เขาสามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ว่า มันคือขุมพลังสัตว์…
ให้ตายเถอะ!
ทำไมคนอื่นมีรากปราณ แต่ของเขาเป็นขุมพลังสัตว์ล่ะ
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่!
อันหลินรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที ราวกับชีวิตสูญเสี