ยความหมายไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไปหาสวีเสี่ยวหลาน
อันหลิน “เสี่ยวหลาน เจ้าว่าหากมนุษย์มีขุมพลังสัตว์ มันจะเป็นอย่างไร”
สวีเสี่ยวหลานพูดอย่างไม่เข้าใจว่า “นั่นก็หมายความว่าเขาเป็นสัตว์น่ะสิ”
จากนั้นนางก็เห็นอันหลินน้ำตาคลอ
สวีเสี่ยวหลานพูดอย่างตกใจว่า “อันหลิน เจ้าเป็นอะไร ใครรังแกเจ้า”
อันหลินส่ายหน้า “เปล่าหรอก ข้าอยากสงบสติอารมณ์หน่อย…”
เขาไม่มีทางพูดหรอกว่า สวีเสี่ยวหลานรังแกเขา
จากนั้นเขาก็ไปหาเซวียนหยวนเฉิง
อันหลิน “พี่เฉิง เจ้าว่าหากมนุษย์มีขุมพลังสัตว์จะเป็นอย่างไร”
เซวียนหยวนเฉิงพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เป็นไปไม่ได้ มนุษย์มีเพียงรากปราณ จะมีขุมพลังสัตว์ได้อย่างไร”
อันหลินถามต่อว่า “ข้าสมมติว่ามีคนประเภทนี้ แล้วมันเพราะอะไรกันแน่เล่า”
เซวียนหยวนเฉิงทำท่าครุ่นคิด “ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้สองประการ ประการที่หนึ่งคือ แท้จริงแล้วมนุษย์คนนั้นเป็นสัตว์ เพียงแค่ตัวเขาไม่รู้ก็เท่านั้น ประการที่สองคือ การปรากฎลักษณะของบรรพบุรุษที่ขาด หายไปบางช่วง เจ้ารู้ใช่ไหม เผ่าพันธุ์วานรก็เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์สัตว์ เขาจะกลายเป็นวานรแล้ว!”
อันหลินได้ฟังก็เหมือนโดนฟ้าผ่า วิญญาณหลุดออกจากร่างแล้ว
เขายืนยันได้ว่าตั้งแต่ออกจากท้องแม่ เขาไม่ใช่สัตว์
ส่วนกลายเป็นลิงนั้น…
ให้ตายสิ ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย!
อันหลินเดินหน้าม่อยคอตกกลับไป คำพูดของเซวียนหยวนเฉิงกระทบกระเทือนจิตใจเขา
จากนั้น เขาก็นึกถึงซูเฉี่