ยนอวิ๋นผู้อ่อนโยน
อันหลิน “สหายซู เจ้าว่าหากมนุษย์คนหนึ่งมีขุมพลังสัตว์จะเป็นอย่างไร”
ดวงตาคู่งามของซูเฉี่ยนอวิ๋นกะพริบปริบๆ พูดอย่างจริงจังว่า “หากมนุษย์คนหนึ่งมีขุมพลังสัตว์ เช่นนั้นหมายความเขาก็ไร้ประโยชน์แล้ว! เจ้าลองคิดดูสิ พลังยุทธ์และพลังเซียนในระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณล้วนมีความเกี่ยวข้องกับรากปราณ หากว่ามนุษย์คนหนึ่งมีขุมพลังสัตว์ เช่นนั้นการทำงานของพลังยุทธ์ต้องเกิดความขัดแย้งเป็นแน่ มิหนำซ้ำ…”
อันหลินฟังการวิเคราะห์อันมีหลักการของซูเฉี่ยนอวิ๋น ยิ่งฟังใจเขาก็ยิ่งเศร้า…
เขาก้าวออกจากห้องของซูเฉี่ยนอวิ๋นด้วยความเหนื่อยล้า มายังที่พักของอาจารย์ที่ปรึกษา
อันหลินวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะเซียนกระบี่หลิงเซียวผู้มากประสบการณ์เป็นความหวังสุดท้ายของเขาแล้ว
เซียนกระบี่หลิงเซียวเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นอันหลิน จึงพูดยิ้มๆ ทันทีว่า “อันหลิน ขอแสดงความยินดีที่สร้างรากปราณสำเร็จ เข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณเมื่อคืน!”
เมื่ออันหลินได้ยินคำว่า ‘รากปราณ’ ก็เหมือนมีกระบี่ทิ่มแทงหัวใจ แทบจะกระอักเลือดแล้ว
เขาฝืนฉีกยิ้มออกมา “ขอบคุณอาจารย์ ความจริงที่ข้ามาที่นี่ เพราะมีคำถาม…”
“คำถามอะไรหรือ ถามมาได้เลย” เซียนกระบี่หลิงเซียวยิ้มสบายๆ แล้วเอ่ยปาก
“ข้าอยากถามว่า หากมนุษย์มีขุมพลังสัตว์จะเป็นอย่างไร” อันหลินถามด้วยความคาดหวัง
เซียนกระบี่หลิงเซียวระเบิดเสียงหัวเราะ “ทำไมอันหลินถึงได้ถามคำถามที่พิลึกเช่น