นี้ หรือจะมีใครประหลาดถึงขั้นมีขุมพลังสัตว์จริงๆ”
คิ้วของอันหลินกระตุก อาจารย์ ตัวประหลาดที่ท่านว่าก็คือข้านี่แหละ!
“อืม…ที่จริงก็แค่นึกได้กะทันหัน ลองถามดูเฉยๆ”
“อาจารย์คิดดูสิ สัตว์ภูตมีขุมพลังสัตว์ มารมีขุมพลังมาร…ท่านว่าจะมีขุมพลังสัตว์ก่อตัวในร่างมนุษย์ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดข้อผิดพลาดไหม”
อันหลินสะกดกลั้นความเศร้า แสร้งทำเป็นถามด้วยท่าทางสงสัย
ใครจะคิดว่าเซียนกระบี่หลิงเซียวจะตบบ่าอันหลินอย่างเคร่งขรึม พูดอย่างจริงจังว่า “เป็นหนุ่มอย่าคิดเรื่องเหลวไหลไร้สาระ! ข้าอยู่มานานขนาดนี้ ยังไม่เคยได้ยินว่านักพรตคนใดมีขุมพลังสัตว์เลย หากว่ามีนักพรตเช่นนี้อยู่จริง เช่นนั้นคงจะถูกสรวงสวรรค์จับไปหั่นเป็นชิ้นทำการทดลองไปแล้ว ถึงตอนนั้นข้าค่อยเรียกเจ้าไปเปิดหูเปิดตาแล้วกัน”
เมื่อเห็นอากัปกิริยาเอาใจใส่ของเซียนกระบี่หลิงเซียว อันหลินก็แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว
เปิดหูเปิดตากับผีอะไร อันหลินรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้าแล้ว!
เขาบอกลาอาจารย์ที่ปรึกษา เดินทอดน่องอยู่ในลานบ้าน
คำพูดของแต่ละคนวนเวียนอยู่ในใจเขา ทำให้เขาติดอยู่ในภวังค์ของความสิ้นหวัง
เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างบ่อบัว จ้องมองเงาอันงดงามของตนที่สะท้อนอยู่ในน้ำ
หรือธาตุแท้ของเราจะเป็นสัตว์เดรัจฉานจริงๆ
หรือว่า…เราจะกลายเป็นลิงแล้ว
เราคงไม่ได้บำเพ็ญเซียนปลอมหรอกใช่ไหม
อันหลินที่ได้รับการกระทบกระเทือนยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าใจ
น้ำตาไหลริน
เปาะแปะๆ…