เมื่อลั่วจื่อผิงได้ยินประโยคนี้หน้าก็พลันซีดเผือด
ให้เขาจัดการราชาวานรงั้นหรือ แน่ใจว่าไม่ใช่ราชาวานรจัดการเขา
“ฮ่าๆ ๆ ข้าแค่ล้อเล่น ไยต้องเครียดขนาดนั้น”
อันหลินเห็นปฏิกิริยาของลั่วจื่อผิง ก็พูดอย่างเริงร่า
เดิมทีเขาแค่อยากทำให้บรรยากาศครื้นเครงก็เท่านั้น ใครจะรู้ว่าลั่วจื่อผิงจะคิดจริง
“ฟู่…พี่อัน พูดแต่ทีแรกสิ อย่าทำให้ข้าตกใจได้ไหม หัวใจดวงน้อยๆ ของข้ารับไม่ไหวหรอกนะ” ลั่วจื่อผิงลูบหน้าอกกำยำของตัวเองด้วยท่าทางหวาดผวา
อีกสามคนกลับถอนหายใจอย่างนึกเสียดาย
เสียดายนัก ทำไมเป็นแค่การล้อเล่นนะ…
“เหอะๆ สหายอันหลินช่างมีอารมณ์ขันเสียจริง” ชายชุดหนังแค่นยิ้ม
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูฝืนอย่างยิ่งของชายชุดหนัง อันหลินก็หงุดหงิดใจเล็กน้อย เขาสร้างบรรยากาศไม่สำเร็จงั้นเหรอ
…
หลังทุกคนได้พักผ่อนแล้ว ก็เริ่มออกเดินทางไปยังภูเขาวิเศษที่ชายฉกรรจ์กล่าวถึง
จากการไถ่ถาม อันหลินได้ทราบว่าชายชุดหนังคนนั้นชื่อเซวียนจั๋วหมิง เป็นหัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์กลุ่มนี้ ระดับพลังยุทธ์กายแห่งมรรคขั้นสิบเช่นกัน
เดิมทีกลุ่มล่าสัตว์มีสมาชิกทั้งหมดยี่สิบคน นับว่าเป็นกลุ่มล่าสัตว์ที่มากความสามารถในเมืองติ้งอัน
แต่พบเจอกับยุงยักษ์ดูดเลือดเป็นฝูง กลุ่มล่าสัตว์สูญเสียอย่างมหาศาล ตอนนี้เหลือเพียงหกคน
การตายของพวกพ้องทำให้สมาชิกกลุ่มล่าสัตว์จมกับความเศร้า ตลอดทางไม่ค่อยพูดค่อยจามากนัก
ภูเขาวิเศษลูกนั้นอยู่ลึกเข้าไปในบึง บึงแห่งน