งเป็นฉากที่โบราณเสียนี่กระไร!” อันหลินอุทานไม่หยุด
สวีเสี่ยวหลานกลอกตา “ฉากโบราณอะไรกัน นี่มันยุคปัจจุบันนะ!”
“เพียงแค่ผู้คนในแดนจิ่วโจว ไม่เห็นความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีก็เท่านั้น”
“แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ ผู้คนก็ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระเช่นเดียวกัน”
ในยุคสมัยที่การบำเพ็ญเพียรรุ่งเรือง ไม่มีใครลุ่มหลงในการบุกเบิกวิทยาศาสตร์
นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่มีบทเรียนจากอารยธรรมดาวม่วงแล้ว ราชนิกุลของบางแคว้นถึงขั้นว่ากำหนดนโยบายระงับการพัฒนาวิทยาศาสตร์
สถานที่ที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ เป็นเขตหลวงของแคว้นสือหลง สถานที่พำนักของราชวงศ์ผานหลง
ผู้มีอิทธิพลของแดนจิ่วโจว ถูกผู้คนขนานนามว่า เก้าราชวงศ์สี่สำนักแห่งสวรรค์
ราชนิกุลของแต่ละแคว้น ต่างก็เป็นผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแดนบำเพ็ญเซียน ควบคุมทรัพยากรของแคว้นนั้นๆ
อันหลินจำได้ว่า ซูเฉี่ยนอวิ๋นเป็นองค์หญิงแห่งราชวงศ์ชิงมู่ แคว้นจื่อชิง สถานะเรียกได้ว่าสูงส่งอย่างยิ่ง
เขาทอดมองไปยังภูเขาที่มีเมฆหมอกปกคลุมแห่งหนึ่ง
เบื้องหลังของม่านหมอก สามารถเห็นราชวังที่ตั้งตระหง่านยึดครองศูนย์กลางอยู่รำไร นั่นคงจะเป็นพระราชวังของราชวงศ์ผานหลง
หากว่าเป็นไปได้ อันหลินอยากจะเข้าไปดูเหลือเกินว่าวังของแดนบำเพ็ญเซียนหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ไม่มีโอกาสนั้นแล้ว เพราะระยะทางจากเขตหลวงไปถึงเมืองติ้งอันของเขตฉู่เหอ ยังเหลืออีกนับพันลี้ ทุกคนไม่มีเวลาให้เอ้อระเหย
พวกเขาต้อง