ณ ประตูสวรรค์ทักษิณ มีแสงสีขาวกะพริบผ่าน
ร่างของพวกอันหลินเริ่มปรากฏให้เห็น
ตรงนั้นมีชายผมยาวสีเงินคนหนึ่ง กำลังมองพวกเขาด้วยใบหน้าแต้มยิ้ม
เมื่อเซียนพสุธาเยว่อิ่งและเซียนพสุธามิ่งหยวนเห็นผู้มาเยือน ก็โค้งคำนับทันที “กระหม่อมขอถวายบังคมจักรพรรดิจื่อเวย!”
พอพวกอันหลินได้ยินว่าบุคคลตรงหน้าคือจักรพรรดิจื่อเวย ก็ทำความเคารพตามโดยพลัน
“ทุกคนอย่าได้มากพิธีเลย เดินทางครั้งนี้ลำบากพวกเจ้าแล้ว”
แม้ใบหน้าของจักรพรรดิจื่อเวยจะเรียบเฉย แต่เสียงกลับอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าเจือพลังอันปลอบประโลมผู้คน ทำให้ความกังวลภายในใจลดลงไปไม่น้อย
อันหลินถึงได้เงยหน้าขึ้น มองชายผมเงินตรงหน้าด้วยความสงสัย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นผู้เที่ยงแท้กับตา ในใจตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ส่วนตาเฒ่าคนก่อนหน้านี้ ใครจะรู้ว่าเขาเป็นผู้เที่ยงแท้หรือไม่ เพราะแม้แต่ชื่อก็ไม่ได้บอกอันหลินด้วยซ้ำ
แต่จักรพรรดิจื่อเวยผู้เป็นถึงจักรพรรดิทั้งสี่แห่งสรวงสวรรค์ มีสมญานามว่าเจ้าแห่งดาราและปรมาจารย์แห่งปรากฏการณ์ของสรรพสิ่ง
กล่าวกันว่า เขารู้วิชาเซียนนับหมื่น เป็นปรมาจารย์แห่งวิชาเซียน
เล่ากันว่า เขาเป็นผู้ควบคุมกฎธรรมชาติ หยั่งรู้เคราะห์ภัยของจักรวาล
บุคคลที่สุดยอดปานนี้ปรากฏตรงหน้าอันหลิน เขาจะไม่ตื่นเต้นได้เหรอ
“เรื่องในแดนมนุษย์ของพวกเจ้าข้าทราบเรื่องแล้ว สำเร็จภารกิจได้อย่างดียิ่ง”
“ค่ายกลไตรภูมิไม่สมบูรณ์ ถูกเผ่าพันธุ์ปีกทมิฬฉ