นักพรตมนุษย์เห็นฝีมืออันเหนือธรรมชาติของชายกลางอากาศคนนั้นประจักษ์แก่สายตา บัดนี้ต่างก็ตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
“เขาเป็นอันหลินที่เรารู้จักจริงๆ เหรอ”
“เจ้าแห่งพิษน่ากลัวสมชื่อ!”
“เสร็จกัน บนกระบี่ของฉันมีเลือดของเขาติดอยู่ เขาจะมาหาเรื่องฉันหรือเปล่า…”
…
นักพรตบนพื้นพูดคุยกันดังเซ็งแซ่
แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกเขาต่างก็นับถือบุคคลกลางอากาศคนนั้นดุจเทพเจ้า
เมื่อเทียบกันแล้ว นายหญิงอ้านเย่ผู้สร้างฝันร้ายให้กับพวกเขา บัดนี้อ่อนแออย่างยิ่ง
ใบหน้าของนางค่อยๆ แก่ชราลง เส้นผมดำขลับกลายเป็นขาวโพลน พละกำลังก็อ่อนลงราวกับไม่มีอยู่
นางที่จวนจะสูญเสียพละกำลัง วิญญาณ พลังยุทธ์และชีวิต ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกแล้ว มีเพียงความสิ้นหวังต่อความตายเท่านั้น
“หากเป็นข้าเมื่อก่อน คงมองว่าเจ้ากระจอกงอกง่อย บัดนี้ ข้าคงจะกระจอกงอกง่อยในสายตาเจ้าแทนแล้วกระมัง”
อ้านเย่พูดด้วยสุ้มเสียงอันแหบพร่า นางในตอนนี้ หมดเรี่ยวแรงจะขัดขืนแล้ว
นางเคยเป็นราชินีผู้สูงส่งแห่งเผ่าพันธุ์ปีกทมิฬ ยามนี้กลับถูกคนต่ำต้อยเหยียบย่ำ
อันหลินมองหญิงใกล้ตายคนนี้พลางส่ายหน้า พูดเสียงเรียบว่า
“ข้าไม่ได้ตัดสินคนคนหนึ่งด้วยพละกำลัง ในสายตาข้า เจ้าเป็นเพียงคนบาปที่ทำร้ายอาจารย์ของข้าเท่านั้นเหมือนกับที่อาจารย์เยว่อิ่งไม่ปฏิบัติกับข้าแตกต่างออกไป เพียงเพราะระดับพลังยุทธ์ ในสายตานาง ข้าเป็นลูกศิษย์ของนาง”
อ้านเย่ “…”
ดวงตาคู่นั้นของนางค่อย