เป็นฝีมือของเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือด”
เซียนพสุธาเยว่อิ่งจ้องซากมังกร อักขระสีทองก็ลอยขึ้นจากหน้ากระดาษ ซึมหายไปในศพมังกร
จากการวินิจฉัยของอักขระเหล่านั้น นางสัมผัสได้ถึงพลังที่หลงเหลืออยู่ภายใน
จากนั้น นางก็พอจะมีข้อมูลเกี่ยวกับพลังของศัตรูคร่าวๆ แล้ว
“มีศัตรูทั้งหมดสามชีวิตที่โจมตีมังกรตัวนี้ ผีดูดเลือดสองตน พลังระดับแปลงจิตขั้นกลาง ศัตรูอีกตน คงจะเป็นจักรพรรดิปีศาจที่พวกอันหลินพูดถึง เพียงแต่ว่าพลังของมันค่อนข้างพิลึก ไม่ค่อยเหมือนพลังเผ่าพันธุ์ที่เกิดจากป้ายวิญญาณโลหิต…”
เซียนพสุธามิ่งหยวนได้ยินก็ยิ้มบางๆ “ไม่ว่าจักรพรรดิปีศาจตั้งใจว่าจะแปรเปลี่ยนเป็นเผ่าพันธุ์ผีดูดเลือดหรือไม่ พวกเราแค่สังหารเขาเป็นพอ เร็วเข้าเถอะ จะปล่อยให้พวกเขาทำลายค่ายกลในแดนเป็นหนึ่งต่อไปไม่ได้แล้ว”
เซียนพสุธาเยว่อิ่งพยักหน้า นางกับมิ่งหยวนล้วนเป็นนักพรตระดับแปลงจิตขั้นปลาย การจัดการศัตรูสามตนนี้ ไม่นับว่ากดดันอะไร
จากนั้น ทั้งคู่ก็ตรงไปที่ประตูมิติของแดนเป็นหนึ่ง…
ในแดนกระดูก
ประตูบานนั้นเริ่มหม่นแสงลงช้าๆ
ไม่ใช่เพราะแสงสว่างลดลง แต่เพราะมีความมืดบางอย่าง กำลังกลืนกินแสงสว่างอย่างเชื่องช้า
สุดท้าย เส้นทางนั้นก็เปลี่ยนเป็นมืดสนิท
“ตึกตักๆๆ…”
เสียงดุจจังหวะเต้นของหัวใจดังมาจากหลังประตู
เสียงนี้ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะฉีกประตูบานนี้แล้ว
“เสี่ยวหลาน…เจ้ามีวิธีหลบหนีจากแดนพิศวงหรือไม่”
เมื่ออันหลินได้ยินเสียงนั้น เ