“จะดูแลพ่องั้นเหรอ…”
อันหมิงชวนพลันใจกระตุกวูบ จ้องอันหลินอึ้งๆ
เพียงครู่เดียว เขาก็ได้สติ ส่ายหน้าเป็นพัลวัน
“ไม่ได้ บอกแล้วไงว่า พ่อไม่อยากให้ลูกหารายได้ด้วยการร้องเพลง ลูกไปเรียนมหาลัยให้จบก่อน”
อันหลินยืนกรานว่า “ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ผมไม่มีความคิดจะหารายได้ด้วยการร้องเพลง ความหมายของผมคือ ตอนนี้ผมมีเงินแล้ว ดูแลพ่อได้แล้ว”
ขณะที่พูด อันหลินก็ล้วงบัตรธนาคารออกจากกระเป๋าพร้อมกับพูดว่า “ในบัตรใบนี้มีเงินสามร้อยห้าสิบล้านกว่าหยวน ใช้ได้ตามใจชอบ เราไม่ขาดเงิน!”
อันหมิงชวนตะลึงงันอีกครั้ง
เขามองบัตรธนาคารใบนั้นอยู่นาน กว่าจะพูดกระอึกกระอักว่า “หลินจื่อ เวลาแบบนี้อย่าล้อกันเล่นเลยนะ…”
อันหลินส่ายหน้าจริงจัง “ผมไม่ได้ล้อเล่น ถ้าพ่อไม่เชื่อละก็ เราไปตรวจสอบที่ตู้เอทีเอ็มตอนนี้เลย”
อันหมิงชวนมองอันหลินที่อยู่ตรงหน้า มองได้จากอากัปกิริยาของเขา เขาไม่ได้หลอกลวงแต่อย่างใด
ผ่านไปครู่หนึ่ง อันหมิงชวนก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า
“หลินจื่อ บอกมาตามตรง ไปเอาเงินมาจากไหน ถูกล็อตเตอรี่ หรือว่าได้มาเพราะเทคนิคการเล่นพนันอันน่าตะลึง”
อันหลินได้ฟังก็โมโห “อย่าพูดคำว่า ‘พนัน’ เรายังเป็นพ่อลูกกัน…”
อันหมิงชวนยิ้มเจื่อน แต่เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมระยะเวลาไม่ถึงปี จะมีเงินสามร้อยล้านได้อย่างไร
แม้การร้องเพลงจะสร้างรายได้ แต่อันหลินเพิ่งเดบิวต์ไม่ใช่เหรอ ไปเอาเงินมาจากไหน
อันหลินรู้ว่าอันหมิงชวนสงส