่างในใจถูกกระตุ้นอีกครั้ง
“พ่อ ไม่ได้ดูทีวีเหรอ ตอนนี้ผมเป็นนักร้องมีชื่อแล้วนะ ไม่ไปเรียนก็ไม่มีปัญหาหรอก” อันหลินตอบ
พออันหมิงชวนได้ฟังประโยคนี้ก็กระวนกระวาย “หลินจื่อ ฟังพ่อนะ เรียนให้จบ ตอนนี้ความรู้เท่านั้นที่สำคัญที่สุดมีความรู้ติดตัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะอยู่รอด ดูพ่อสิ ต่อให้ไม่มีบริษัทแล้ว ก็ยังใช้ความสามารถหากินได้ มีพ่ออยู่ ลูกไม่ต้องไปร้องเพลงหาเงินร้อง ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีเงินใช้ กลับไปตั้งใจเรียนเถอะ!”
ขณะที่พูด ใบหน้ากร้านแดดของเขาก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้น ภายในดวงตาฉายประกายแวววับ
มีพ่ออยู่…
นั่นสิ ความรู้สึกที่มีที่พึ่งแบบนี้ช่างดีเหลือเกิน…
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะมีคนคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหน้า คอยกันลมบังแดดให้
นานแล้วที่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้ หลังกลับจากการะหกระเหินเร่ร่อนนับปี
มองพ่อที่ใบหน้าแก่ชราพูดคำนี้ ความอบอุ่นที่อธิบายไม่ได้ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจ
อันหลินยิ้ม น้ำตาคลอเบ้า กลับไหลลงมาอย่างอดกลั้นไม่ไหว
เขาคิดว่านี่แหละคือบ้าน นี่ต่างหากที่เป็นที่ของเขา
…
อันหลินเป็นนักพรต เขาสัมผัสได้ถึงสภานร่างกายของพ่อ
ทำงานหนักหน่วงทุกคืนวัน ทำให้ร่างกายของพ่อเหนื่อยล้าแทบทนไม่ไหว
ใบหน้าอิดโรย กับผมสีดอกเลา ล้วนเกิดจากความเหน็ดเหนื่อยเกินไปและแรงกดดันมหาศาล
หากเขายังปล่อยให้พ่อทำเช่นนี้ต่อไป งั้นเขาจะบำเพ็ญเซียนทำบ้าอะไรอีก!
อันหลินกุมมือพ่อไว้ พูดด้วยสีหน้าหนักแน่น