ิ่มสั่นเทิ้มขึ้นมา
“หลิน…หลินจื่อ มาแล้วเหรอ”
ยามอันหมิงชวนพูด ริมฝีปากสั่นระริก จ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
นัยน์ตาของอันหลินแดงก่ำ เค้นรอยยิ้มออกมา ใช้กำปั้นทุบหน้าอกของชายคนนั้นเบาๆ “เจ้าผีพนัน หาเจอสักทีนะ! ทำไม ยืนขวางประตูไม่ให้ผมเข้าไปหรือไง”
“รีบเข้ามา รีบเข้ามาเร็วเข้า!” อันหมิงชวนกลัวอันหลินจะหนี จึงจับมือเขาไว้ หาเก้าอี้ตัวหนึ่งมาวางข้างตัว
พอเห็นอันหลินนั่งลง อันหมิงชวนก็นั่งลงข้างๆ อย่างตื้นตันใจ
เขามองอันหลิน ราวกับกำลังมองสาวสวยอย่างไรอย่างนั้น จ้องไม่วางตา
“หลินจื่อ หิวหรือเปล่า พ่อทำบะหมี่ให้ดีไหม” อันหมิงชวนเอ่ยปากอย่างคาดหวัง
“ดีเลย ผมยังไม่ได้กินข้าวเย็นพอดีเลย” อันหลินพยักหน้า
อันหมิงชวนได้ฟังก็ปรี่เข้าห้องครัวอย่างดีใจ เริ่มยุ่งมือเป็นระวิงขึ้นมา
มองแผ่นหลังที่กำลังสาละวนอยู่ในครัว รวมถึงกลิ่นหอมกรุ่น ใจของอันหลินก็ค่อยๆ สงบลง
ชั่วครู่เดียว บะหมี่ร้อนผ่าวก็ถูกยกออกมา
ในถ้วยของอันหมิงชวน ก็มีบะหมี่เพิ่มมาไม่น้อย พูดอย่างหน้าชื่นตาบานว่า “พ่อจะกินเป็นเพื่อน”
ทั้งคู่นั่งบนโต๊ะเดียวกัน เสียงสูดบะหมี่ดังซู้ดๆ พริกทำให้ดวงตาของทั้งสองแดงก่ำ
“หลินจื่อ พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกต้องเจอกับเรื่องแบบนั้น…ลูก…กลับไปเรียนเถอะ! เรื่องอื่นพ่อจะหาทางแก้ไขเอง รับรองว่าจะไม่เสียการเรียนลูกแน่นอน!” จู่ๆ อันหมิงชวนก็โพล่งขึ้นมา
อันหลินเงยหน้าขึ้นมองพ่อตัวเองแวบหนึ่ง ความรู้สึกบางอย