าวางมือถือลงอย่างเศร้าสร้อย หยิบตะเกียบขึ้นอีกครั้ง ก้มหน้าสูดน้ำมูก ขยี้ตาแล้วพึมพำว่า “ทำไมบะหมี่นี่เผ็ดขนาดนี้ล่ะ เผ็ดขึ้นจมูกขึ้นตาแล้ว…”
อันหลินมองแผ่นหลังที่ก้มหน้ากินบะหมี่ต่อ ก็ขยี้ตาเช่นกัน เช่นเดียวกับที่เขาถูมือก่อนกินบะหมี่แบบพ่อ ท่าทางยังคงสื่อถึงกันเช่นวันวาน
ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขามักจะพร่ำบ่นว่าพ่อทำร้ายเขา
หากไม่ใช่เพราะพ่อสารเลวคนนี้ เขาคงไม่ถูกบีบคั้นให้ลาออก ถูกจับตัวไปทรมาน
แต่ว่า เขากลับมองข้ามไปว่าเมื่อก่อนพ่อดูแลเขาอย่างไร
และเขาก็ไม่เห็นภาพว่าพ่อสงบเสงี่ยม ถึงขั้นทิ้งศักดิ์ศรีไปยืมเงินอย่างไร
ซ้ำร้ายเขาไม่รู้สาเหตุที่พ่อมีผมหงอกไปกว่าครึ่งภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีเลย
เกรงว่าสิ่งเดียวที่อันหลินรู้ คงจะเป็นเรื่องที่พ่อไปที่บริษัทก่อสร้างหงต๋ามหาชนจำกัดบ่อยครั้ง เพื่อขอร้องให้ประธานจางปล่อยลูกชายของเขา
แม้ในใจของพ่ออาจจะรู้ดีว่า ลูกชายของเขาไม่อยู่ที่นั่นนานแล้วก็ตาม…
…
ใช่ ข้อเสียของพ่อที่ติดพนันคนนี้เลวทรามมากจริงๆ
แต่อันหลินในฐานะลูกชาย เคยทำอะไรเพื่อพ่อบ้าง
เหมือนว่าจวบจนตอนนี้ ยังไม่เคยทำอะไรเพื่อพ่อเลยสักอย่าง
ภาระทั้งหมด แรงกดดันทั้งหลาย จะมีเพียงพ่อของเขาคนเดียวที่แบกรับไว้…
…
ก๊อกๆ
อันหมิงชวนได้ยินเสียงเคาะประตู จึงลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าไปเปิดประตู
เมื่อเปิดประตู สิ่งที่ปรากฏสู่คลองจักษุเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง
เขานิ่งงัน มือจับลูกบิดประตูไว้แน่น เร