ผล่มากะทันหัน น่าตกใจยิ่งนักสำหรับข้า! ทำได้อย่างไร”
ใบหน้าขาวผ่องแผ้วของสวีเสี่ยวหลานเปื้อนยิ้ม “ข้าอยู่ในคอนเสิร์ตอยู่แล้ว ตอนแรกอยากมาฟังนักร้องที่โด่งดังที่สุดในแดนมนุษย์ร้องเพลงสักหน่อย ไม่คิดว่านักร้องที่จะขึ้นเวทีคนต่อไปที่นางว่าจะเป็นเจ้า ฮ่าๆ บอกตามตรง ข้าก็ตกใจมากเหมือนกัน! แต่ว่า ตอนหลังพบว่าเพลงที่เจ้าร้องคือ ‘เต้าจ้าง’…เพลงนี้ไม่มีดนตรีได้อย่างไร ข้าจึงขึ้นเวที ไปร่วมแสดงกับเจ้าอย่างไรเล่า”
สวีเสี่ยวหลานมองอันหลินแล้วพูดต่อด้วยรอยยิ้ม
อันหลินได้ยินก็ซาบซึ้งใจยิ่งนัก หากเขาร้องอะแคปเปลลาละก็ คงพูดได้แค่ว่ามีโอกาสทำให้ผู้ชมในฮอลล์เคลิบเคลิ้มได้
ทว่า เมื่อมีเสียงกู่ฉินของสวีเสี่ยวหลาน ทั้งคู่ผสมผสานกันอย่างลงตัวแล้ว ผลลัพธ์เพิ่มขึ้นอย่างเท่าทวี แสดง ‘เต้าจ้าง’ ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ
และเป็นเพราะเหตุนี้ การแสดงครั้งนี้ถึงได้ประสบผลสำเร็จ
เรียกได้ว่าสวีเสี่ยวหลานช่วยปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นชายของเขา ปกป้องน้องชายของเขา บุญคุณนี้ต้องตอบแทนให้สาสม!
หลังกลับมาหลังเวที อันหลินก็เจอตงฟางเสวี่ยกับเถียนหลิงหลิง
มุมมองของเถียนหลิงหลิงเปลี่ยนไป เธอมองอันหลินอย่างนับถือชื่นชม วิ่งเข้าไปกอดแขนเขาแล้วพูดเสียงหวานว่า “พี่อัน สอนฉันร้องเพลงหน่อยได้ไหม…”
“อะไรกัน ไม่เรียกฉันว่านักพรตจอมปลอมแล้วเหรอ”
อันหลินหัวเราะหึๆ ใบหน้าฉายความเย้ยหยันของผู้ชนะ
ใครจะรู้ว่าไม้นี้ใช้ไม่ได้กับเถียนหลิงหลิง เ