ธอยังคงวอแวอย่างหน้าไม่อาย
ตงฟางเสวี่ยก็เดินเข้ามาพร้อมกับอาการตกใจเช่นกัน “สหายอันหลิน นายร้องเพลงอะไรกันแน่ พอฉันฟังจบ ทำไมถึงรู้สึกว่าพลังยุทธ์เพิ่มขึ้นล่ะ…”
เธอคิดว่าตัวเองชมคอนเสิร์ตปลอมไปเสียอีก
ความรู้สึกยามอันหลินร้องเพลง ประหนึ่งกำลังฟังปรมาจารย์นักพรตบางท่านกำลังเทศน์
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลงหรือทำนอง ล้วนเปี่ยมด้วยความสุนทรียของมรรควิถี ทำให้เข้าใจมรรคได้ลึกซึ้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
อันหลินยิ้ม หยิบ ‘พระคัมภีร์เต้าจ้าง’ ฉบับปรับปรุงโดยสรวงสวรรค์ออกมาแล้วยื่นให้ตงฟางเสวี่ย
“อ่านตำราเล่มนี้พร้อมกับรวบรวมลมปราณไปด้วย จะได้สัมผัสทำนองและความสุนทรียของเนื้อหาในตำรา”
นี่เป็นตำราที่นักเรียนทุกคนในสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียนมีกันคนละเล่ม อ่านเป็นประจำช่วยให้เข้าใจมรรควิถีได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถใส่ทำนองแล้วร้องเป็นเพลงได้ เช่นนี้ผู้ฟังก็ได้สัมผัสได้ถึงความสุนทรียด้วย
‘พระคัมภีร์เต้าจ้าง’ เล่มนี้อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานอ่านไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ท่องขึ้นใจนานแล้ว
และเป็นเพราะเหตุนี้เอง การประสานบนเวทีของทั้งคู่จึงสื่อถึงกันโดยไม่ต้องบอกกล่าวเช่นนี้
“อันหลิน ขอบใจนายนะ”
ตงฟางเสวี่ยรับไปอย่างชอบใจ กอดไว้แนบอกราวกับเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่ง
เถียนหลิงหลิงเซ้าซี้ให้อันหลินสอนร้องเพลง อันที่จริงก็คืออยากรู้ว่า ‘พระคัมภีร์เต้าจ้าง’ ร้องอย่างไร
ตอนนี้เมื่อ ‘พระคัมภีร์เต้าจ้าง’ ฉบับปรับปรุ