ื่นตัว โบยบินท่ามกลางชีวิต
เสียงที่ใสและเพราะพริ้ง แฝงด้วยถ้อยคำพันหมื่น บอกกล่าวไม่หมด แต่กลับค้นหาไม่หยุด ล่องลอยอยู่ในกาลเวลา
อธิบายไม่ได้ว่ามันเป็นทำนองอย่างไร มันวิเศษที่สุด ไม่เหมือนบทเพลงในแดนมนุษย์
ทุกท่วงทำนองเข้าสู่โสตประสาท ชำระล้างจิตใจของผู้ชมแปดหมื่นชีวิตไม่หยุด
ไม่ใช่แค่ผู้ชมในฮอลล์เท่านั้นที่เคลิบเคลิ้ม แม้แต่ตงฟางเสวี่ยกับเถียนหลิงหลิงที่อยู่หลังเวทีก็จมอยู่ในภวังค์เช่นกัน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ท่อนสุดท้ายจบลง
เสียงเพลงค่อยๆ เบาลง ท้ายที่สุดก็ปลิวไปกับสายลม สูญหายไปแล้ว
ดุจผีเสื้อโบยบินไปไกล และเหมือนการสิ้นสุดลงของเส้นทางแสวงธรรม ค่อยๆ ปิดฉากลง
บทเพลงสิ้นสุด แต่เสียงในโสตประสาทไม่จบสิ้น
ผู้ชมหลายหมื่นคนตกอยู่ในภวังค์เป็นเวลาเนิ่นนาน ยังคงจมดิ่งอยู่ในความสุนทรียก่อนหน้านี้
อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานจับมือกัน โค้งตัวเล็กน้อยคำนับผู้ชมหลายหมื่นคนในฮอลล์
“แปะๆๆ…”
ไม่รู้ว่าผู้ใด ปรบมือขึ้นมากะทันหัน
ต่อมา ผู้ชมก็พากันวางแท่งไฟในมือลงแล้วเริ่มปรบมือ
ไม่โบกแท่งไฟ ไร้เสียงโห่ร้อง
ราวกับทุกคนมีจิตสื่อถึงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ไม่อยากโบกแท่งไฟหรือร้องตะโกน เพื่อทำลายความสงบที่ดำรงอยู่
ทุกคนต่างก็ใช้วิธีการที่บริสุทธิ์ที่สุดในการสื่ออารมณ์ของพวกเขา
เป็นเวลาชั่วขณะที่ทั่วทั้งฮอลล์คอนเสิร์ต มีแต่เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว!
………………………………
[1] กู่ฉิน หรือ พิณเจ็ดสาย เป็นเครื่องดนตรี