เยอะเหลือเกิน!
แต่ว่า ตอนที่พวกเขาได้ยินเนื้อเพลงเหล่านั้น เมื่อพวกเขาได้สัมผัสทำนองของมัน
ไม่รู้เพราะเหตุใด ใจของพวกเขา ก็ค่อยๆ สงบลง
“เอ๊ะ รู้สึกว่าทำนองไม่เลวเลย”
“ชู่…เงียบหน่อย อย่ารบกวนฉันฟังเพลง!”
“…”
เนื้อร้องเคล้าด้วยทำนองอันงดงาม ลอยล่องไปทั่วฮอลล์
แม้จะมีคนมากมายฟังไม่ออกว่าอันหลินร้องอะไร แต่ทุกพยางค์ ทุกตัวโน้ต ราวกับหลั่งไหลเข้าไปในใจพวกเขาอย่างแท้จริง ทำให้พวกเขาเกิดความสุนทรียพิเศษบางอย่าง
ฮอลล์เริ่มเงียบลง ผู้คนต่างก็หยุดพูด
สิ่งเดียวที่คงอยู่ภายในฮอลล์ ก็คือเสียงร้องอันไพเราะจับใจของอันหลิน
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ เสียงของกู่ฉิน[1]ก็ดังขึ้น
มันเหมือนสายธารที่ไหลคดเคี้ยวมาจากหุบเขา รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงร้องของอันหลินอย่างสมบูรณ์แบบ พาดนตรีในฮอลล์ให้เข้าสู่ภวังค์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
อันหลินมองไปอีกมุมหนึ่งของเวที หญิงชุดขาวคนหนึ่งกำลังดีดกู่ฉิน
เสียงกู่ฉินอันงดงามไหลหลั่งออกจากปลายนิ้วของเธอ
ประหนึ่งมีสายธารเล็กๆ ไหลผ่านหัวใจ อ่อนโยนและสงบ ผ่อนคลายและสบายใจ
มันเป็นดนตรีของพระคัมภีร์เต้าจ้าง เป็นดนตรีของอันหลิน
หญิงคนนั้นขยิบตาให้อันหลินอย่างซุกซน
อันหลินนิ่งไปเล็กน้อย
หญิงชุดขาวผู้งามล่มเมืองตรงหน้าคนนี้ คือสวีเสี่ยวหลาน
ราวกับใจสื่อถึงกัน ทั้งสองยิ้มให้กัน
เสียงร้องเพลงกับเสียงกู่ฉินดังขึ้นอีกครั้ง
เสียงที่วนเวียนรอบปลายนิ้ว เป็นดั่งผีเสื้ออันงดงาม กระพือปีกที่ต