่า
“คุณอันหลินร้องขอ เขาบอกว่าเขาควบคุมสถานการณ์ได้…”
“ร้องอะแคปเปลลาควบคุมสถานการณ์ได้ด้วยเหรอ” ตงฟางเสวี่ยมองร่างบนเวที แววตาฉายความกังวล
นี่ไม่ใช่การแข่งขันในรั้วโรงเรียนอะไรนั่น แต่เป็นคอนเสิร์ตที่มีผู้ชมนับแปดหมื่นชีวิต จะเล่นเป็นเด็กแบบนี้ได้จริงๆ เหรอ
อันหลินที่ยืนอยู่บนเวที ณ เวลานี้
เขามองข้ามเสียงวิจารณ์ที่ดังต่อเนื่องไม่ขาดสายดุจริ้วคลื่นบนที่นั่งผู้ชม ปรับลมหายใจ จากนั้นเปล่งเสียงออกมาช้าๆ
“ให้จิตสงบอยู่ในสภาวะว่างเปล่า การเกิดขึ้นของทุกสรรพสิ่ง ท้ายที่สุดก็ต้องกลับสู่ความว่างเปล่า ผู้คนคับคั่งสำราญกับเครื่องเซ่นหลังสังเวย ประหนึ่งทิวทัศน์อันงดงาม แต่ข้ากลับตัวคนเดียว ไม่ประสีประสาเช่นเด็กแรกเกิด…”
เสียงใสเจือความน่าฟังดังขึ้น สะท้อนก้องฮอลล์คอนเสิร์ต
อันหลินเริ่มร้องแล้ว ผู้ชมแปดหมื่นคนต่างก็ได้ยินเสียงร้องของเขา
ผู้ชมทั้งแปดหมื่นคนในฮอลล์ล้วนงงเป็นไก่ตาแตก…
“คุณพระ เขาร้องอะไรของเขา ทำไมฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย…”
“อืม ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว!”
“ฉันรู้สึกเหมือนกำลังฟังคัมภีร์สวรรค์ มันเป็นเนื้อเพลงเหรอ”
ขณะนั้นเอง ก็มีผู้ชมที่ค่อนข้างใฝ่เรียนคนหนึ่งอุทานขึ้นมาว่า
“เพลงนี้ฉันฟังออก เป็นประโยคจาก ‘พระคัมภีร์เต้าจ้าง’ จริงๆ!”
แค่อันหลินเริ่มร้อง ผู้ชมก็ครึกครื้นขึ้นมา เสียงพูดคุยดังไม่ขาดสาย
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีมารยาท ไม่เคารพนักร้อง…
แต่เพลงนี้เซอร์ไพร์สมากจริงๆ มีจุดที่น่าสนใจ