ากเสียงของตงฟางเสวี่ยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้เขาอีกครั้ง
คิดว่าคนเหล่านี้คงซื้อบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน
แต่ว่า แค่ผนังกั้นไม่สามารถกีดขวางความรักของคนเหล่านี้ได้ ลากเก้าอี้เตี้ยมานั่งฟังข้างนอกก็ได้ยินเหมือนกัน!
เถียนหลิงหลิงลากอันหลินเข้ามาทางประตูหลัง ราบรื่นไร้อุปสรรคตลอดทาง จนมาถึงห้องแต่งตัวของตงฟางเสวี่ย
พี่หลิวผู้จัดการของตงฟางเสวี่ยต้อนรับทั้งคู่อย่างเป็นมิตร
แม้พี่หลิวจะไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แต่หญิงสาวน่ารักคนนี้ เป็นถึงเพื่อนสนิทของตงฟางเสวี่ย แถมเบื้องหลังยังยิ่งใหญ่จนน่ากลัว เธอย่อมไม่กล้าเมินเฉย
ตงฟางเสวี่ยยังร้องเพลงอยู่ข้างนอก คอนเสิร์ตสองชั่วโมง เธอร้องแค่ห้าบทเพลง
เวลาที่เหลือหากไม่ใช่แขกรับเชิญคนอื่นมาร่วมร้องเพลง ก็จะฉายวิดีโอบนจอโปรเจคเตอร์ให้ผู้ชมดู เอาแต่ใจแบบนี้แหละ!
ตอนนี้เธอร้องบทเพลงที่สามแล้ว เพลงนี้มีชื่อว่า ‘เมืองวาดทราย’
แม้จะอยู่ในห้องแต่งตัว อันหลินก็ยังได้ยินเสียงเพลงอย่างชัดเจน
เสียงฟังสบายของตงฟางเสวี่ยเจือความแหบพร่า บทเพลงแฝงความยอมจำนนและความอ้างว้างต่อความไม่แน่นอน
ขณะที่ทุกคนฟัง ก็จะเผลอนึกถึงภาพบางอย่าง ราวกับเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ยืนอยู่ท่ามกลางเมืองโบราณที่ถูกพายุทรายปกคลุม ร้องเพลงรำลึกความหลังเสียงแผ่วเบา
เสียงเพลงส่งผ่านความรู้สึกได้ และถ่ายทอดความงดงามได้เช่นกัน
เห็นได้ชัดเจนว่า ตงฟางเสวี่ยทำทั้งสองด้านนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
บทเพลงจบลง แต