ันใด
“เป็นกระบี่ที่สุดยอดไปเลย! อานุภาพแบบนี้รุนแรงยิ่งกว่าเซียนกระบี่ชิงเหอแห่งสำนักกระบี่ดาวศุกร์ซะอีก!” หวงซานซานพูดอย่างตกใจ
“กระบี่เล่มนี้มีเจตจำนงแฝงอยู่ แม้จะเป็นเจ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่ดาวศุกร์ก็เทียบไม่ได้!” เถียนหลิงหลิงอุทาน
เมื่อเทียบกับความเว้นว่างของคู่หูคู่ตะลึงแล้ว พวกเซวียนหยวนเฉิงกลับดูไม่ผ่อนคลายเลยสักนิด แต่รวมตัวกันโดยไว เพราะพวกเขารู้สึกถึงลมปราณอันแข็งแกร่งจากหลายทิศหลายทาง กำลังเข้ามาใกล้อย่างต่อเนื่อง
ต่อมา ราชาปีศาจชุดดำที่มีพลังแก่กล้าสี่ตน เดินย่ำหมอกทมิฬมา ปิดล้อมพวกอันหลินไว้
เบื้องล่าง นักพรตปีศาจชุดดำยี่สิบกว่าชีวิตก็พุ่งกระโจนออกมาล้อมพวกเขาไว้อย่างหนาแน่น ดูจากพลังแล้วเป็นนักพรตระดับกายแห่งมรรค
“หึๆ…พวกเจ้าถูกล้อมไว้หมดแล้ว!”
ราชาปีศาจอนยะถือกะโหลกสีเลือด กำลังหัวเราะลั่น
“มนุษย์หน้าโง่…อย่าขัดขืนเลย ส่งหัวใจของพวกเจ้ามาเสียดีๆ!” ราชาปีศาจอำมหิตพูดอย่างทรงพลัง
“หากยอมให้จับโดยละม่อม ราชาปีศาจโทสะคนนี้จะไม่ทำให้พวกเจ้าต้องทรมาน!” ราชาปีศาจโทสะก็พูดขึ้นมาเช่นกัน
อันหลิน “…”
เมื่ออันหลินได้ยินคำพูดเหล่านี้ ก็สับสนมึนงง
คำพูดน้ำเน่าแบบนี้มันอะไรกัน…
นี่มันสมัยไหนแล้ว พวกเขาที่เป็นถึงราชาปีศาจ พูดจาโบราณแบบนี้ ไม่อายบ้างเหรอ!
ราชาปีศาจปัญญามองสองคนที่อยู่เบื้องล่าง พูดอย่างกระหยิ่มใจว่า “ฮ่าๆ นักพรตน้อยสองคนนั้น พวกเจ้ายังจำข้าได้หรือไม่”
เมื่ออันหลินกั