แผนการของพวกเราแตกแล้วหรือ”
ราชาปีศาจปัญญาไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะกลับตาลปัตร จึงชะงักงันไป
“นักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นต้นสามคน ขั้นกลางหนึ่งคน นักพรตกายแห่งมรรคขั้นสิบสิบกว่าชีวิต…นี่มันกองทัพที่มาจัดการราชามารตัวเดียวจริงหรือ!” ในที่สุดราชาปีศาจโทสะก็ทนไม่ไหวตะโกนออกมา
นักพรตทั่นอวิ๋นที่มีหมอกรายล้อมพูดเสียงเรียบว่า “ไม่คิดว่าจะมีราชาปีศาจมากขนาดนี้ ครั้งนี้นับว่าคุ้มแล้ว”
ผู้พิทักษ์โลกระเบิดเสียงหัวเราะ “ราชาปีศาจหน้าโง่ พวกแกถูกล้อมไว้หมดแล้ว ยอมให้จับโดยละม่อม พวกเราจะไม่ทำให้พวกแกทรมาน!”
ราชาปีศาจได้ฟังก็เลือดขึ้นหน้า
เจ้าเด็กนี้บังอาจแย่งบทพูด!
อันหลินกลับหน้ามืด ทำไมคำพูดของเจ้าอ้วนคนนี้ถึงได้น้ำเน่าขนาดนี้กันนะ
สำหรับนักพรตปีศาจทั้งหลายแล้ว เหตุการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ สถานการณ์เริ่มสั่นคลอนขึ้นมาแล้ว
ตอนแรกพวกเขาปิดล้อมพวกอันหลิน คราวนี้เยี่ยมเลย พวกเขากลายเป็นฝ่ายถูกปิดล้อมเองเสียแล้ว
“เจ้าอำมหิต สงครามนี้เราจะสู้ต่อหรือไม่” ราชาปีศาจอนยะเอ่ยถาม
แม้ตอนนี้พวกเขาจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ความสามารถก็ยังไม่นับว่าแตกต่างกันมากนัก
หากว่าสู้ยิบตา ไม่แน่อาจมีโอกาสปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จได้
“สู้! ภารกิจที่จักรพรรดิปีศาจมอบหมาย จำต้องทำให้สำเร็จ! หากว่าพวกเราล่าถอยตอนนี้ ครั้งหน้าอาจไม่เจอแม้แต่เงาของพวกเขาด้วยซ้ำ ข้าเพียงสงสัยว่า ทำไมแผนการของพวกเราถึงแตกได้…”
สุดท้าย