อันหลินมองเถียนหลิงหลิงที่ตกใจจนปล่อยโฮล้มก้นจ้ำเบ้า ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย
“นี่ ฉันแค่ล้อเล่นเฉยๆ ทำไมเธอขวัญอ่อนขนาดนี้ สภาพจิตใจแบบนี้ เธอยังกล้ามาทำภารกิจจับผีอีกเหรอ” เขาพูดอย่างแปลกใจ
เถียนหลิงหลิงเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าอันหลินไม่เป็นอะไร ใบหน้าเปื้อนน้ำตาก็ฉายความโกรธแค้น โถมใส่อกของเขาทันที ใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบหน้าอกเขา
“ฮือ คนชั่ว ทำไมรังแกกันแบบนี้” เถียนหลิงหลิงร้องไห้พลางทุบตีไปด้วย
“ซู้ด…” เธอสั่งน้ำมูก จากนั้นก็ใช้เสื้อของอันหลินเช็ดแล้วด่าทออีกครั้ง
มุมปากของอันหลินกระตุก อยากพูดเหลือเกินว่า เธอใช้เสื้อของฉันแทนทิชชู ทำแบบนี้ไม่รังแกกันหรือไง
แต่สุดท้ายเขาก็อดทนอดกลั้น เพราะเขาเป็นฝ่ายผิดก่อน ล้อเล่นเกินเหตุไปหน่อย
ขณะที่เถียนหลิงหลิงกำลังระบายอารมณ์อยู่นั้น คล้ายว่าอันหลินจะได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากอีกทาง…
“ฮือ…”
“แงๆ…”
เขาลูบหลังเถียนหลิงหลิงแล้วพูดว่า “เธอลองฟังสิ เหมือนว่าจะมีผีอีกตัวกำลังร้องไห้เป็นเพื่อนเธออยู่…”
ร่างเล็กกะทัดรัดของเถียนหลิงหลิงสะดุ้งโหยง จากนั้นก็รู้ตัวทันที “คนชั่ว แกล้งฉันอีกแล้ว!”
อันหลิน “…”
ต่อมาเสียงร้องไห้อีกแห่งก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเถียนหลิงหลิงก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
เธอขนลุกขนพองไปทั้งตัว หันไปมองต้นเสียงอย่างหวาดผวา
“นี่…นายบอกว่าทางนั้นมีผีเหรอ ทำไมมันถึงต้องร้องไห้กับฉันด้วยล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
อันหลินระอาใจ “ฉัน