ยต่อหน้าพวกเขาพร้อมกับถือแก้วไวน์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“สวัสดี ผมชื่ออันหลิน” เมื่อเจอกับผู้ชายที่เข้ามาทักทายกะทันหัน อันหลินก็ตอบกลับอย่างสุภาพ
ต่อมา เซวียนหยวนเฉิงกับสวีเสี่ยวหลานเองก็แนะนำตัวเองเช่นกัน
หย่งเจิ้งที่ตั้งใจจะมาชนแก้วกับหญิงงามคนนั้น หลังรู้ชื่อแซ่ของพวกเขาแล้วก็ชะงักไป สภาพดูย่ำแย่ไปเลย
เขานึกถึงคำพูดที่พ่อกำชับเขาก่อนออกไปทำธุระกะทันหัน “เสี่ยวหย่ง อีกสักพักจะมีแขกพิเศษของประเทศมาที่งานเลี้ยง พวกเขาชื่ออันหลิน สวีเสี่ยวหลานกับเซวียนหยวนเฉิง งานเลี้ยงในคืนนี้จัดขึ้นเพื่อพวกเขา จำไว้นะ ต่อหน้าพวกเขา แกเป็นคนต่ำต้อย อย่าเสียมารยาทเด็ดขาด…”
เจิ้งหย่งย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่เจิ้งหงยี่พูดกับเขาหมายความว่าอย่างไร
สามคนนี้มีภูมิหลังไม่ธรรมดา ไม่ใช่คนที่เขาจะข้องเกี่ยวได้!
คุณพระ…เมื่อครู่เขาคิดจะให้หญิงคนนั้นดื่มเหล้ากระตุ้นอารมณ์…
เจิ้งหย่งยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว เหงื่อกาฬผุดเต็มกรอบหน้า
“คุณเจิ้ง เป็นอะไรหรือเปล่า” อันหลินพบว่าสีหน้าของเขาไม่ค่อยสู้ดี จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
เจิ้งหย่งได้สติ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า “อ่า…จู่ๆ ผมก็รู้สึกไม่สบายขึ้นมากะทันหัน ต้องขออภัย ขอตัวก่อนนะครับ”
ตอนนี้เขาแค่อยากถือไวน์แดงแก้วนี้ออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด
ไวน์แก้วนี้เป็นดังระเบิดเวลา ทำให้เขาอกสั่นขวัญแขวน
“เอ๊ะ ไวน์แก้วนี้ดูไม่เลวเลย”
อันหลินเห็นไวน์แดงที่วางอยู่บนถาดเครื่องดื่มของพ่อบ้าน จึงฉว