ยมาแก้วหนึ่ง
บัดซบ!
เมื่อเห็นฉากนี้ เจิ้งหย่งก็ตัวเซทันที
“มาเถอะ พบกันเป็นพรหมลิขิต เรามาชนแก้วกันหน่อย!” อันหลินชูแก้วไวน์ขึ้นยิ้มๆ
เมื่อเจิ้งหย่งได้ยินประโยคนี้ ก็อยากจะปาแก้วไวน์ในมือขวาลงทิ้งเสียเหลือเกิน
ชนแก้วงั้นเหรอ จากนั้นให้อันหลินหลงรักเขาหรือไง
ล้อกันเล่นหรือไง!
บทสนทนาระหว่างเจิ้งหย่งกับพวกอันหลิน ดึงดูดความสนใจของคนในงานไม่น้อยเลย
เกาเผิงมองดูอย่างสับสนงุนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทำไมเจิ้งหย่งที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมในตอนแรก จู่ๆ ถึงได้หงอเสียแล้วล่ะ
…
เมื่อเห็นเจิ้งหย่งลังเล อันหลินก็หรี่ตาเล็กน้อยแล้วถามว่า “ทำไม ไม่สบาย ดื่มเหล้าไม่ได้งั้นเหรอ”
“เฮ้อ ต้องขออภัยจริงๆ ตอนนี้ผมรู้สึกไม่สบายจริงๆ…รอให้ร่างกายหายดีแล้ว ครั้งหน้าผมจะดื่มกับคุณอันให้เมากันไปข้างหนึ่งเลย!”
เจิ้งหย่งโพล่งออกมาทันที
“ไม่เป็นไร ผมมีวิธีรักษาอาการไม่สบายของคุณได้” อันหลินยิ้มบางๆ
“คุณอันรู้ศาสตร์แพทย์เหรอ” เจิ้งหย่งกระวนกระวาย
“อืม วิธีของผมเรียกว่าวิธีรักษาทางกายภาพ…” อันหลินยิ้ม
จู่ๆ เขาก็ยกมือขวาขึ้น ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของเจิ้งหย่งอย่างแรง
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือดังกึกก้องงานเลี้ยงเต้นรำ
เจิ้งหย่งถูกแรงมหาศาลของฝ่ามือสะเทือนจนถอยออกไปไกลสองเมตร ฟันสองซี่ก็ถูกตบจนหลุดออกมาพร้อมกับเลือด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกตบจนบวมเป่ง
“ซี้ด!” ผู้คนมากมายที่สังเกตเห็นการกระทำของพวกอันหลิน พากันมองฉากตรงหน้า