ี้จึงใช้วิชาลบความทรงจำกับทุกคนในรถ
เมื่อทุกคนบนรถหมดสติไปแล้ว เขาก็พาเซวียนหยวนเฉิงกับสวีเสี่ยวหลานลงจากรถ
เมืองหรงเฉิงเป็นเมืองอันดับหนึ่งของตะวันตกเฉียงใต้ ได้ฉายาดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์
บ้านเกิดอันหลินอยู่ในเมืองซานเฉิง ไม่ไกลจากเมืองหรงเฉิง
ปกติหากเขาว่างก็มักจะมาเดินเล่นที่เมืองหรงเฉิง นับว่ารู้จักสถานที่แห่งนี้พอสมควร เมื่อลงจากรถจึงพาสวีเสี่ยวหลานกับเซวียนหยวนเฉิงเดินเล่น
เมืองหรงเฉิงมีตึกรามบ้านช่องมากมาย เมื่อเดินมาถึงย่านถนนชุนซี ก็ยิ่งครึกครื้นผิดธรรมดา
ร้านรวงต่างๆ ประดับประดาเต็มถนน อาหารและเครื่องดื่มนับไม่ถ้วนล้วนสะดุดตา กับผู้คนที่เดินขวักไขว่บนท้องถนนอย่างคับคั่ง เป็นภาพที่ดูคึกคัก
สวีเสี่ยวหลานกับเซวียนหยวนเฉิงมาเยือนแดนมนุษย์ครั้งแรก เห็นเรื่องแปลกใหม่ละลานตา กวาดสายตามองดูรอบๆ ตาโตอย่างประหลาดใจ
ยังดีที่พวกเขามาจากตระกูลชื่อดังของแดนบำเพ็ญเซียน แม้จะตกใจกับเรื่องราวแปลกใหม่เหล่านี้ การแสดงออกก็ยังดูไม่ใหญ่โตมากนัก
อย่างน้อย เรื่องที่ฉีกรถด้วยมือเปล่าแบบเซวียนหยวนเฉิงไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแน่นอน…
“จริงสิ อันหลิน ตอนนี้พวกเราไม่ต้องไปเจอผู้ต้อนรับที่อารามเมฆขาวก่อนหรือ”
เตร็ดเตร่อยู่นาน สวีเสี่ยวหลานเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพวกเขายังไม่ไปพบผู้ต้อนรับเลย…
เมื่ออันหลินได้ฟังก็ส่ายหน้ายิ้มๆ “ก่อนมา อาจารย์ที่ปรึกษาเคยบอกพวกเราแล้วว่า อารามเมฆเป็นอารามที่ลึกลับอย่างยิ่ง คนทั