ารมีชีวิตอยู่ ขึ้นอยู่กับอันหลินทั้งหมด คำถามที่มันได้ยินในตอนนี้ เกือบทำให้มันปล่อยโฮแล้ว “เจ้าเคยเห็นดอกไม้ดอกไหนเหาะเหินเดินอากาศบ้าง…”
อันหลินถอนหายใจด้วยความผิดหวัง เอ่ยถามต่อว่า “เช่นนั้น เจ้ามีข้อดีอะไรบ้าง”
“ข้อดีหรือ” ภูตพฤกษาครุ่นคิด พูดอย่างเบิกบานใจว่า “ข้าหยั่งรากได้! ข้าสังเคราะห์แสงได้! ข้าบำเพ็ญเพียรได้!”
อันหลิน “…”
เซวียนหยวนเฉิง “…”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
เมื่อภูตพฤกษาเห็นอากัปกิริยาของทั้งสามคน เหมือนจะรู้ว่าข้อดีของตัวเองไม่ค่อยเหมาะสม จึงขยับเบาๆ จ้องอันหลินด้วยท่าทางน่าสงสาร
อันหลินกุมขมับ ทอดถอนหายใจ “ช่างเถอะ สาสมกับที่ข้าทำกับเจ้าแล้ว สร้างพันธะสัญญาเถอะ!”
ภูตพฤกษาได้ฟัง หยดน้ำก็ไหลออกมา พูดสะอึกสะอื้นว่า “หา ขอบคุณนะ! ขอบคุณ! พี่อันหลินช่างเป็นคนดีจริงๆ!”
“อย่ายัดเยียดความดีให้ข้าตามใจชอบ!” อันหลินถลึงตาใส่ภูตพฤกษา
ภูตพฤกษาตกใจจนตัวหด ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด
วิชาสร้างพันธะสัญญาทาส อันหลินเคยเรียนในสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียน ไม่คิดว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้
เขาประสานมืออย่างต่อเนื่อง พลังปราณพรั่งพรูออกมา ต่อมาก็กรีดนิ้ว เลือดที่ส่องแสงสีทองหยดหนึ่งก็ผุดออกมาจากปลายนิ้วของเขา
“ตอนนี้ เจ้าต้องดูดซึมเลือดหยดนี้ของข้าโดยไม่ต่อต้านแม้แต่นิด” อันหลินพูดกับภูตพฤกษา
พูดจบ เขาปล่อยให้เลือดสีทองหยดนั้นหยดลงบนกลีบดอกไม้ของภูตพฤกษา
เลือดค่อยๆ ซึมเข้าไปในตัวภูตพฤกษา มันครวญค