ันหลินมองตาปริบๆ
นี่มันฉากของหนังไซไฟนี่นา ใช้วิชาเซียนจำลองได้ด้วยเหรอ
“พวกเจ้าเข้าไปในประตูนี้ก่อนเถอะ!” เทพทวารบาลกวักมือเรียกพวกอันหลิน
อันหลันได้ฟัง ก็เข้าไปในประตูม่านแสงที่สาดแสงเจ็ดสี
หลังทะลุม่านแสงแล้ว เขาก็เห็นรอบข้างมืดสลัว ไม่รู้ทิศทาง แม้แต่พื้นดินก็หายไปแล้ว ราวกับอยู่ท่ามกลางสภาวะแรกก่อนกำเนิดโลก
หลังพวกเขาทั้งสามคนเข้าไปในประตูแล้ว เทพทวารบาลก็เริ่มกำหนดพิกัด
“ลำบากท่านเทพเสียแล้ว” เซียนกระบี่หลิงเซียวยกมือขึ้นประสานคารวะเทพทวารบาลทั้งสอง แสดงความขอบคุณ
“เป็นหน้าที่อยู่แล้ว หาต้องเกรงใจไม่” เทพทวารบาลที่กำลังสาละวนกับอินเตอร์เฟสตอบ
ต่อมา เขารู้สึกคันจมูกนิดหน่อย
จากนั้น เขาก็อ้าปาก
“ฮัดชิ้ว!” เทพทวารบาลสะดุ้ง นิ้วเผลอไปกดที่ปุ่มส่งตัวบนหน้าจอโฮโลกราฟฟีโดยไม่ระวัง
“อ่า…แย่แล้ว!” เทพทวารบาลมองเซียนกระบี่หลิงเซียนอย่างรู้สึกผิด
เซียนกระบี่หลิงเซียว “…”
…
ณ ภูเขาสวยงามตระการตาลูกหนึ่ง บนดาวเคราะห์สีฟ้าอันงดงามดวงหนึ่ง
บนภูเขาสวยงามตระการตาแห่งนี้ มีดอกไม้เล็กๆ เบ่งบานอย่างทะนงองอาจ
ข้าเป็นภูตพฤกษา
เรื่องที่ข้าทำทุกวันก็คือ หยั่งรากเงียบๆ สังเคราะห์แสงอย่างเบิกบานใจ บำเพ็ญเพียรด้วยความขยัน
ยามแสงตะวันเจิดจ้า ข้าหยั่งรากเงียบๆ สังเคราะห์แสงอย่างเบิกบานใจ บำเพ็ญเพียรด้วยความขยัน
ยามสายฝนเทกระหน่ำ ข้าหยั่งรากเงียบๆ สังเคราะห์แสงอย่างเพียรพยายาม บำเพ็ญเพียรด้วยความขยัน
ยามอ