วนั้นก็กำลังมองเขาเช่นกัน
“สองแสนหกพันแปดร้อยเจ็ดสิบหกหารสิบสามเท่ากับเท่าไร” กระต่ายถาม
ปากของอันหลินสั่นระริก กำลังจะบอกว่าขอกระดาษกับปากกาหน่อย
สองวินาทีผ่านไป กระต่ายถอนหายใจแผ่วเบา “เฮ้อ ที่แท้สมองก็ยังไม่ตื่นนี่เอง…”
สากหยกพุ่งผ่านอากาศมา ทุบลงบนหัวของอันหลิน
ตุบ! อันหลินสลบไปอีกครั้ง…
…
ตึกๆ ๆ…
ท่ามกลางความมืดมิด อันหลินได้ยินเสียงที่ราวกับเป็นเสียงเรียกของวิญญาณ
เขาพยายามลืมตาขึ้น จากนั้นพบว่ากระต่ายตัวนั้นก็กำลังมองเขาเช่นกัน
“นี่เรากำลังฝันร้ายเหรอ” ดวงตาของอันหลินเปียกชุ่ม เอ่ยปากขึ้นมา
กระต่ายไม่ตอบ ถามต่อว่า “แปดร้อยเก้าสิบหกยกกำลังสามเท่ากับเท่าไร”
อันหลินได้ฟังก็หวาดผวา ตะโกนลั่นทันทีว่า “เดี๋ยว! สมองของข้าปกติ ข้าไม่ได้โง่! ข้าแค่ไม่เคยเรียนคิดเลข!”
กระต่ายกะพริบตาปริบๆ หูสองข้างลู่ลงมาตามกรอบหน้า พูดอย่างฉงนใจว่า “แบบนี้นี่เอง เช่นนั้นต้องขอรบกวนหน่อย ข้าควรจะใช้วิธีไหนถึงจะรู้ว่าสมองของเจ้าปกติหรือไม่”
เมื่ออันหลินได้ยินประโยคนี้น้ำตาก็รื้นขอบตาอีกครั้ง
จะว่าไป สมองของกระต่ายตัวนี้ปกติจริงเหรอ
เมื่อเขาเห็นกระต่ายยกสากหยกขึ้นอีกครั้ง ก็รู้แล้วว่ากระต่ายตัวนี้จริงจัง!
“เอาอย่างนี้ ข้าท่องกลอนได้ ข้าจะท่องกลอนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง!”
อันหลินเกิดปัญญายามคับขัน พูดตะโกนเสียงดัง
“ท่องกลอนหรือ…ความคิดนี้ไม่เลว ท่องเถอะ!” ดวงตาสีชมพูของกระต่ายจดจ้องอันหลิน ใบหน้าเปี่ยมด้วยควา