ะอุแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศ
สวีเสี่ยวหลานเดินออกมาจากเปลวไฟ ลูกไฟที่เคลื่อนไหวประหนึ่งมีชีวิต หมุนรอบตัวนาง
ด้านหลังนาง สงซาอันดับที่ยี่สิบเก้าล้มลงไป แสงทองคุ้มกันปรากฏขึ้นมาแล้ว…
เมื่ออันหลินเห็นสภาพของสวีเสี่ยวหลานก็เจ็บปวดใจ รีบรุดวิ่งเข้าไป
ตามตัวนางมีรอยมีดเพิ่มมาเป็นจำนวนมาก ชุดนักพรตสีอ่อนถูกเลือดสีแดงฉานย้อม ใบหน้างดงามแลดูค่อนข้างซีดเซียว
“สวีเสี่ยวหลาน!” อันหลินตะโกนเสียงดังลั่น
สวีเสี่ยวหลานเห็นผู้มาเยือน ใบหน้างามเกลี้ยงเกลาดุจหยกแสดงอาการดีใจออกมา “อันหลิน! เจ้ามาอยู่นี่ได้อย่างไร!”
“ข้าได้ยินเสียงต่อสู้จากที่นี่ ก็เลยตามมา จะว่าไป…เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม” อันหลินพูดด้วยความเป็นห่วง
สวีเสี่ยวหลานส่ายหน้า บาดเจ็บจากการต่อสู้เป็นเรื่องปกติมาก สำหรับนางบาดเจ็บแค่นี้ไม่นับว่าสาหัสมากนัก
ต่อมา นางก็เห็นสุนัขตัวใหญ่ข้างหลังอันหลิน พลันก็พูดด้วยสีหน้าตะลึงว่า “อันหลิน! สุนัขข้างหลังเจ้านั่นมันอย่างไรกัน”
“อ้อ เจ้าหมายถึงมันหรือ มันก็คือต้าไป๋” อันหลินอธิบาย
“หา! มันก็คือสุนัขตัณหากลับที่แอบมองผู้หญิงอาบน้ำตัวนั้นหรือ” สวีเสี่ยวหลานเบิกตากว้าง ปิดปากพูดอย่างตกใจ
เห็นได้ชัดว่านางไม่เชื่อ สุนัขตัณหากลับที่อันหลินเคยพูดให้นางฟังก่อนหน้านี้ น่าเกรงขามปานนี้เชียวหรือ!
“โฮ่ง! อันหลิน ปกติเจ้าแนะนำข้าให้คนอื่นฟังแบบนี้หรือ”
ต้าไป๋มีน้ำโห ถลึงตาใส่อันหลิน “โบราณกล่าวว่าความในอย่านำออก…ถุย!